Saturday, April 16, 2016

ญี่ปุ่นไหวซํ้า-ตายพุ่ง 41 ราย อาฟเตอร์ช็อกเกือบ 300 ครั้ง ระทึกพายุฝนจ่อถล่มเกาะคิวชู

 

เผยผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 รายแล้วบาดเจ็บอีกกว่า 1,500 คน จากเหตุแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อนในจังหวัดคุมะโมโตะบนเกาะคิวชูของญี่ปุ่น ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกเกือบ 300 ครั้ง คาดยังมีคนอีกจำนวนมากติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา ทั้งเร่งอพยพประชาชนกว่า 1 หมื่นคน รวมถึงผู้อยู่อาศัยใกล้เขื่อนเพราะเสี่ยงพังทลาย
ระทึกซ้ำ อุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนพายุฝนจ่อถล่มจะมีลมแรงและฝนตกหนักในเกาะคิวชู และเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมา ด้านสถานทูตไทยเผยมีคนไทยอยู่ในคุมะโมโตะประมาณ 200 คน เบื้องต้น ยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว เตือนติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดรวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสารแสดงความเสียใจถึงนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ย้ำความพร้อมของรัฐบาลไทยที่จะให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น กรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในจังหวัดคุมะโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ความว่า

"หม่อมฉันและพระราชินีเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ทั้งก่อความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินในจังหวัด คุมะโมะโตะ หม่อมฉันและพระราชินีขอแสดงความเสียใจด้วยใจจริงมายังฝ่าพระบาท ประชาชนชาวญี่ปุ่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผู้ประสบความสูญเสียในครั้งนี้ พระปรมาภิไธย ภูมิพลอดุลยเดช ปร."

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. เอเอฟพีรายงานว่า จากเหตุแผ่นดินไหวซ้ำสองในจังหวัดคุมะโมโตะ เกาะคิวชู ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 41 ราย ในจำนวนนี้ 24 ราย มาจากเหตุแผ่นดินไหวรอบสอง ขนาดแม็กนิจูด 7.3 เมื่อเวลา 01.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น และอีก 10 รายมาจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ขนาดแม็กนิจูด 6.2 และมีผู้บาดเจ็บกว่า 1,500 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 80 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก ส่วนผู้หนีออกมาได้ต่างตกอยู่ในอาการหวาดกลัว ท่ามกลางอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดตามมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มีผู้อพยพแล้วอย่างน้อย 70,000 คน เป็นผู้อยู่อาศัยใกล้เขื่อน 300 คน โดยทางการญี่ปุ่นเกรงว่าเขื่อนอาจเสียหายและเสี่ยงพังทลายด้วย

เจ้าหน้าที่ธรณีวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า หลังแผ่นดินไหวครั้งที่สอง ยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมารวม 287 ครั้งแล้ว และเกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง อาคารที่ถล่มยังรวมไปถึงหอพักนักศึกษาในมหาวิทยาลัยโตไก จังหวัดคุมะโมโตะ ซึ่งมีนักศึกษาเสียชีวิตด้วย 2 ราย ทางการญี่ปุ่นต้องระดมกำลังทหารจากกองกำลังป้องกันตนเอง หรือเจเอสดีเอฟ เพิ่มอีกกว่า 20,000 นาย ลงพื้นที่ในเกาะคิวชู

สำหรับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวรอบใหม่ยังสร้างความเสียหายให้กับหลังคาของท่าอากาศยานคุมะโมโตะ ทำให้สนามบินต้องปิดทำการอย่างไม่มีกำหนด รวมทั้งรถไฟหัวกระสุนชินคันเซนที่เดินทางไปยังเกาะคิวชูก็หยุดให้บริการทั้งหมด ขณะที่ภูเขาไฟในจังหวัดคุมะโมโตะยังปะทุขึ้นครั้งแรกในรอบ 100 ปี แม้ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นผลกระทบจากแผ่นดินไหวหรือไม่

ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แม้ไม่เสียหาย แต่ทางการญี่ปุ่นจำเป็นต้องตัดการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังอาคารกว่า 170,000 แห่ง พื้นที่ห่างไกลบางแห่งถูกตัดขาด เส้นทางคมนาคมและสะพานบางแห่งพังทลาย บ้านเรือนประชาชนไม่มีน้ำใช้กว่า 40,000 หลังคาเรือน ด้านโบราณสถานอย่างปราสาทคุมะโมโตะ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดได้รับความเสียหาย และศาลเจ้าอาโสะพังทลายลงมา

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ?แผ่นดินไหวคุมะโมโตะ 2016" เนื่องจากเป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งแรก ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นวิเคราะห์ว่า แผ่นดินไหวหลักน่าจะเป็นครั้งที่เกิดขึ้นในช่วงการไหวครั้งที่สอง เพราะมีความรุนแรงแม็กนิจูด 7.3 มากกว่าลูกแรก โดยแรงสั่นสะเทือนมีแนวโน้มไปทางตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างจังหวัดคุมะโมโตะกับจังหวัดโออิตะ ขณะที่นายเก็น อาโอะคิ จากอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น กล่าวเช่นเดียวกันว่า แผ่นดินไหวขนาดแม็กนิจูด 7.3 น่าจะเป็นแรงสั่นหลัก ส่วนที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันพฤหัสบดีเป็นแรงสั่นนำร่อง พร้อมแสดงความกังวลถึงพายุฝน รวมทั้งความเป็นไปได้ของการเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมาอีก

นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า จากข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่ได้รับ ในคืนวันที่ 16 เม.ย. เป็นต้นไป คาดว่าจะมีลมแรงและฝนตกหนักในเกาะคิวชู ทำให้อาจเกิดภัยพิบัติอื่นตามมาอีก ดังนั้นต้องรีบใช้โอกาสนี้ทำทุกอย่างให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ขณะที่เขตมิซาโตะ จังหวัดคุมะโมโตะ แนะนำให้ประชาชนกว่า 10,000 คนอพยพ เนื่องจากหวาดเกรงว่าจะเกิดแผ่นดินถล่ม

นายโยชิฮิเดะ สุงะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบดีถึงตำแหน่งที่มีผู้คนติดอยู่ใต้ซากอาคารหลายแห่ง โดยตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังดำเนินการทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อช่วยเหลือ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงระดมกำลังค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมาจำนวนมากในจังหวัดคุมะโมโตะ และเร่งอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลในเขตคุมะโมโตะเนื่องจากเกรงว่าอาคารของโรงพยาบาลอาจพังถล่มลงมา หลังสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนจะมีฝนตกหนักทั่วเกาะคิวชู ปริมาณน้ำฝน 150 มิลลิเมตร อาจส่งผลให้เกิดภาวะแผ่นดินถล่มและดินอ่อนตัวทำให้อาคารที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวก่อนหน้าพังถล่มได้

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ส่งสารจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แสดงความเสียใจในนามของประชาชนไทยต่อรัฐบาลและประชาชนญี่ปุ่น โดยหวังว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และย้ำความพร้อมของรัฐบาลไทยที่จะให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบ ส่วนความช่วยเหลือจากต่างประเทศ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลญี่ปุ่นในทุกรูปแบบ และต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศญี่ปุ่นและกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นประกาศว่ากำลังพิจารณาขอความช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐด้วย

สำหรับการให้ความช่วยเหลือดูแลคนไทย กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียวว่า เบื้องต้นยังไม่ปรากฏว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานประจำสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อติดตามและให้ความช่วยเหลือแก่ชาวไทยที่อาจประสบภัยพิบัติในพื้นที่ และได้มอบหมายให้นายภควัต ตันสกุล อัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือดูแลคนไทยแล้ว โดยจะทำงานร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา และอาสาสมัครไทยในพื้นที่ด้วย

ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอ ให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดรวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่มีปัญหาและเหตุฉุกเฉินต่างๆ ติดต่อได้ที่ฮอตไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ หมายเลขโทรศัพท์ +81-90-4435-7812 และ +81-90-1216-3168 หรือไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ และฮอตไลน์ของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา หมายเลขโทรศัพท์ +81-90-7488-5672 และ +81-90-1895-0987 โดยปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในจังหวัดคุมะโมโตะประมาณ 200 คน

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังขอให้คนไทยในญี่ปุ่นติดตามข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด โดยติดตามทางเพจสถานทูต ได้ที่ http://www.jma.go.jp/jma/en/2016_Kumamoto_Earthquake/2016_Kumamoto_Earthquake.htmและขอให้อยู่ในที่ปลอดภัยโดยไปหลบภัยได้ตามจุดที่ทางการญี่ปุ่นกำหนด กรณีที่ถนนสายใหญ่เชื่อมเมืองและรถไฟชินคันเซนไม่สามารถใช้การได้ ขอให้ติดตามเส้นทางที่ใช้การได้ที่ http://www.jartic.or.jp/

ที่มา ข่าวสด


0 comments:

Post a Comment

กด Like เพื่อร่วมติดตามข่าวใหม่ๆก่อนใคร

Advertisement

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด

Flag Counter

Powered by Blogger.

กด Like = 1 กำลังใจ
กดพื้นที่ว่างหรือกากบาทด้านล่างเพื่ออ่านข่าว

Powered By | Blog Gadgets