พ่อโวยดีแทคเรียกเก็บเงินค่ามือถือลูกสาว 4 แสนบาท บริษัทแจงมีการโทร.ตปท.จริง

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้รับการร้องเรียนจากนายประสงค์ อยู่ไพร อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ที่ 8 ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร บิดาของนางสาวจงจิตร อยู่ไพร ผู้เสียหายว่า มีหมายศาลจังหวัดมุกดาหารมาที่บ้านแจ้งว่า ลูกสาวซึ่งเดินทางไปทำงานอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์จนถึงปัจจุบันค้างชำระค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด 2 เลขหมาย เป็นจำนวนเงิน 438,853.85 บาท
น.ส.จงจิตรได้อ้างกับสำนักงาน กสทช. ว่าปัจจุบันเธอทำงานอยู่ที่ฟิลิปปินส์ และช่วงเวลาที่บริษัทฯ เรียกเก็บค่าใช้บริการเธออยู่ที่ฟิลิปปินส์ และไม่เคยเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับทางบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัดเลย จึงมอบหมายให้นายประสงค์ อยู่ไพร บิดาเข้าแจ้งความเป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย และได้ร้องเรียนมายังสำนักงาน กสทช. เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือ
เบื้องต้นสำนักงาน กสทช. ได้ทำการตรวจสอบไปยังสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อยแล้ว พบว่า นายประสงค์ อยู่ไพร ได้มาแจ้งความบันทึกไว้เป็นหลักฐานจริง ขั้นตอนต่อไปสำนักงาน กสทช. จะเร่งตรวจสอบหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมด และจะเรียกให้บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัดเข้ามาชี้แจงในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อสรุปต่อไป
นายฐากร กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. จะดูแลคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้งาน หากประชาชนมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถร้องเรียนมาได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 (ฟรี)
ขณะที่ดีแทคขอชี้แจงกรณีดังกล่าวว่าดีแทคมีหลักฐานยืนยันว่าลูกค้ามาจดทะเบียนจริง โดยใช้หลักฐานเป็นสำเนาบัตรประชาชนเมื่อ 31 พฤษภาคม 2557 ที่สำนักงานดีแทค เดอะมอลล์ บางกะปิ เจ้าหน้าที่ดีแทคได้ทำการจดทะเบียนถูกต้องตามกระบวนการและกฎของ กสทช. นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบันทึกการใช้งานทั้ง 2 เลขหมาย ยังพบว่ามีการใช้งานจริง ทั้งในประเทศฟิลิปปินส์ในบริการข้ามแดนอัตโนมัติกลับมาประเทศไทยและอื่นๆ พร้อมทั้งภายในประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนในการใช้งานที่เกิดขึ้นตามหลักฐานเจ้าของหมายเลขตามปกติตลอดมา
อย่างไรก็ตาม ดีแทคยินดีที่จะร่วมกับทางสำนักงาน กสทช. และลูกค้า ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความถูกต้องและยังเป็นการรับฟังลูกค้าสำหรับการให้ความช่วยเหลือต่อไป
ที่มา ข่าวสด
0 comments:
Post a Comment