เปิดใจ"โบว์ - แวนดา" ยึดคติ "ปอ" ทำทุกวันให้มีค่า

"แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 26 ของหนังสือพิมพ์ข่าวสดแล้ว ก็ขอให้ผลิตข่าวสารดีๆ ความบันเทิงต่างๆ ให้อยู่คู่กับคนไทยไปตลอดเลยค่ะ" เสียงอวยพรของ "โบว์"แวนดา สหวงษ์ ภรรยาสุดสวยของพระเอกผู้ล่วงลับ "ปอ-ทฤษฎี" เอ่ยขึ้น หลังปฏิบัติภารกิจร่วมกับลูกสาวแสนน่ารัก "มะลิ-ด.ญ.พาขวัญ" เสร็จสิ้นลง
จากนั้นโบว์ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มรู้จักสามี จนมีพยานรักที่ น่ารัก รวมถึงอนาคตที่วางไว้
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของ ปอ กับ โบว์ เป็นอย่างไร
โบว์ - "เราเป็นเพื่อนกัน คือเป็นเพื่อนของเพื่อน แต่ตอนนั้นเขานึกว่าเราเป็นพี่เขา เพราะเพื่อนโบว์เป็นรุ่นพี่เขา นึกว่าแก่กว่า ก็เรียกพี่โบว์มาตลอด น่าตีมั้ยล่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นต่างคนต่างมีแฟนก็ไม่อะไร หลังต่างคนต่างโสด เขาก็โทร.มาถามสารทุกข์สุกดิบปกติ แต่ด้วยเรารู้จักกันมาจะรู้ว่าปอจีบผู้หญิงไม่เป็น ก็สงสัยว่าทำไมโทร.บ่อย จนตอนหลังเขาบอกว่าชอบ"
"เขาไม่ใช่สายมุ้งมิ้ง ทำอะไรเหมือนเพื่อนกัน แต่ที่ทำให้โดนใจ คือโบว์ชอบผู้ชาย ที่รับผิดชอบ เป็นลูกผู้ชาย และเสียสละ สิ่งนึงที่เห็นได้คือเขาขยันทำงานมาก จริงๆ โบว์ไม่มีสเป๊ก สเป๊กอาจจะอยู่ด้วยแล้วเป็นตัวเอง ไม่ต้องคอยปรับตัวเวลาเจอกัน เอาความเป็นเราใส่ได้เต็มที่ พอเจอปอ เรารู้สึกไม่ต้องเก๊กสวย ทุกอย่างอิสระหมด"

นิสัยจริงๆ ของโบว์ ที่หลายคนไม่รู้
โบว์ - "จริงๆ เป็นคนนิ่ง ไม่ค่อยอะไรกับคำพูดคน แต่ความรู้สึกลึกๆ แอบไปคิด แต่จะคิดอยู่คนเดียว ไม่บอกคนอื่นให้รู้ว่าทุกข์ เวลาเจอใครพูดว่าด่าก็จะปล่อยไป นิ่ง พ่อโบว์จะสอนตลอดว่า ไม่ว่าจะเจออะไรให้เงียบและนิ่ง ถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่คนเขาพูดก็ไม่จำเป็นต้องตอบอะไร เดี๋ยวความเงียบจะหยุดทุกอย่างเอง"
จากความเป็นโบว์ จนตอนนี้มาเป็นแม่ นิสัยเปลี่ยนไปไหม
โบว์ - "(หัวเราะ) เสียสละหมดทุกอย่าง ได้เรียนรู้จากความเป็นแม่เยอะ แต่ก่อนอยากได้อะไรจะนึกถึงตัวเราก่อน แต่พอเป็นแม่ ต้องนึกถึงลูกก่อน หาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกก่อน"
แต่รู้สึกโบว์ดูเป็นคุณแม่ที่ดุเหมือนกัน
โบว์ - "คือไม่ได้ตามใจมะลิมากกว่า ตั้งแต่เขาเริ่มรู้เรื่อง เพราะต้องมีใครคนนึงคอยหยุด ถ้าพ่อตามใจ แม่ตามใจอีก ลูกก็ไปเลย ซึ่งเราเรียนรู้แล้วว่าพี่ปอเป็นคนใจไม่แข็งพอในการดุลูก งั้นเราเองแล้วกัน สังเกตลูกผู้หญิงจะไปอ้อนพ่อ ลูกผู้ชายจะอ้อนแม่ ฉะนั้นขอเป็น คนที่แข็งเองแล้วกัน"
ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้ว น้องมะลิไปอ้อนใครแทน
โบว์ - "แต่ก่อนเวลาโบว์ดุ เขาจะวิ่งไปหาพี่ปอ แต่ตอนนี้พอโบว์ดุปุ๊บเขาจะนิ่งและมองหน้า เสร็จแล้วค่อยๆ ยิ้มใส่และเดินมากอดเรา ไม่รู้ว่าเป็นสัญชาตญาณปรับตัวเองหรือเปล่า เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน (ยิ้ม)"
วิธีการเลี้ยงลูกของโบว์เป็นยังไง
โบว์ - "ปล่อยค่ะ อยากจะเลี้ยงตามที่พี่ปออยากให้ลูกเป็น พี่ปอคอยสอนเสมอว่าเราให้ชีวิตลูกได้แต่เราบังคับชีวิตเขาไม่ได้ อะไรที่ลูกอยากทำ ให้เขาทำ แต่ถ้าเขาทำอะไรที่ไม่ดีเราต้องคอยเตือน พี่ปอจะพูดกับโบว์เรื่อยๆ อย่าบังคับลูกนะ เรียนไม่เก่งไม่เป็นไร แต่ช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องเอา ตัวรอดได้ ถ้าไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร เรียนรู้ที่จะอยู่กับคนอื่นและสังคมได้ ก็ปล่อยเขาที่ห่วง มากที่สุดคือสุขภาพจิต ของมะลิ ทำอะไรก็ได้ที่ให้เขารู้สึกร่าเริง สดใส ให้เขามีความสุขกับชีวิต"
ระหว่างเลี้ยงลูกผู้ชายคือ "น้องออโต้" กับลูกสาว "น้องมะลิ" ต่างกันไหม
โบว์ - "ความรักไม่ต่างกัน แต่ต่างกันที่อารมณ์ของเด็ก อย่างผู้ชายจะแมนๆ ห้าวๆ และสิ่งที่เหมือนกันคือเราเลี้ยงแบบปล่อย อยากทำอะไรทำ เวลามีอะไรให้มาปรึกษาแม่ จะพยายามเหมือนเพื่อนเขามากกว่าเป็นแม่เขา เราสนิทกันแล้วคุยทุกเรื่อง ออโต้ก็คุยกับเราทุกเรื่อง ซึ่งออโต้ก็รับรู้มาตลอดทุกเรื่อง เราใช้ชีวิตแบบนี้กันมานานแล้ว พอปิดเทอมก็มาหาพี่ปอ เขาก็เรียกพ่อปอ มะลิกับออโต้เล่นกันทุกคืน ช่วงนี้ปิดเทอมเขาก็นอนด้วยกัน แต่ปกติเขาจะไปอยู่หัวหินเพราะที่หัวหินมีหลานอีก 2 คน ซึ่งอายุเท่าออโต้ น้องเลยสนุกที่อยู่ตรงนั้น และเขาบอกจะดูตากับยายให้แม่ด้วยเพราะแก่แล้ว"
นิสัยมะลิตอนนี้เป็นอย่างไร
โบว์ - "ห้าวๆ เหมือนพี่ปอเลย จะรักอิสระ อยากทำอะไรทำ แล้วไม่ชอบให้ใครมาคอยบอกอย่าๆ อยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างเวลาเล่นของเล่น จะรื้อบ้านหรืออะไร เราให้รื้อเต็มที่ แต่พอถึงเวลาเก็บต้องเก็บ ถ้าไม่เก็บเราก็จะบอกให้เก็บอยู่อย่างนั้น รื้อได้ต้องเก็บได้ แอบสายโหด (หัวเราะ) จะมาให้เรานั่งเก็บตลอดไปไม่ได้ น้องอาจจะเก็บไม่หมด แต่เราอยากให้เขาเรียนรู้ว่าต้องเก็บ"
"น้องมะลิเป็นเด็กที่เลี้ยงไม่ยาก ซนตามประสา แต่ไม่ดื้อ อย่างแพมเพอร์สถอดแล้ว โบว์ม้วนแล้วต้องให้เขาไปทิ้งเอง ใช้เองก็ต้องทิ้งเอง เขาก็จะรู้เรื่อง เดินเอาไปทิ้งที่ถังขยะ แต่เราก็ต้องให้กำลังใจเขานะ พอสอนแล้ว เขาทำได้ก็บอกเก่งมาก และปรบมือ เพื่อให้รู้ว่าทำดีแล้วได้คำชม (ยิ้ม) เวลาน้องอยู่บ้านจะห้าวๆ ปีนป่ายเล่นเหมือนเด็กผู้ชาย เพราะแถวบ้านส่วนใหญ่มีแต่เด็กผู้ชาย ก็จะโตมากับเด็กผู้ชาย พี่ปอยังลุ้นอยากให้เป็นทอมเลย (หัวเราะ) เราบอกจะบ้าเหรอ คือที่เขาอยากให้ลูกเป็นทอมเพราะเขาหวง ดีจะได้ไม่ต้องมีใครมาจีบ แต่ล่าสุดไปงานช่อง 3 เวลาเขาเห็นพี่พลอย (เฌอมาลย์) พี่วิกกี้ (สุนิสา) พี่แพท (ณปภา) โพสท่า เขาจะมองและมาโพสตาม"
แบบนี้อยากผลักดันน้องเข้าวงการไหม
โบว์ - "แล้วแต่เขาค่ะ ไม่บังคับ ส่วนว่าเขามีแววมั้ย ยังมองไม่ออก แต่เริ่มรู้งาน เริ่มมีจับกระเช้า (หัวเราะ) บางทีเขาจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เราตลอด ทุกครั้งที่ออกงาน เขาก็จะได้เรียนรู้ พัฒนาการไปเรื่อยๆ ก่อนออกงานไม่มีการบอกหรือเตี๊ยมกัน ถึงเวลาไปเลย อยากทำอะไรเต็มที่ เดี๋ยวแม่แก้ไขเอง (หัวเราะ) เราก็จะลุ้นทุกงาน"
เล่าวีรกรรมความน่ารักของพ่อลูกที่หลายคนไม่รู้ให้ฟังหน่อย
โบว์ - "เคยไปสวนผึ้งกัน กำลังจะไปซื้อของ โบว์ก็บอกพี่ปอว่าให้ดูลูกแป๊บนึง แต่ตรงนั้นทางมันลาด เราเลยบอกอย่าให้ลูกออกห่างเลยนะ เขาก็บอกได้ๆ แต่ปรากฏหันมาอีกทีมะลิเลือดออกปาก (หัวเราะ) แล้วหน้าพี่ปอตอนนั้นคือคงนึกว่าอย่าด่านะๆ แต่ไม่ทัน โบว์พุ่งเลย บอกทำไมไม่ดูลูก หน้าเขาตกใจมาก ไม่เคยเห็น พี่ปอหน้าซีดขนาดนี้ เขากลัวลูกเจ็บ กลัวภรรยาจะด่าก็ด้วย (หัวเราะ) ปรากฏโดนหมด"
ไม่ได้ดุแค่ลูก แต่ดุสามีด้วย
โบว์ - "บางอารมณ์ๆ คือถ้าเขาผิดจริงเราก็เต็มที่ในการดุได้ แต่มุมสวีตๆ ก็มี อย่างวันเกิดเราทุกปีพี่ปอจะไม่มีอะไรให้หรอก แต่มีปีนึงต่างก็ไม่พูดถึงวันเกิดโบว์เลย ทำตัวปกติ แต่วันนั้นพี่ปอบอกว่าเดี๋ยวพาไปกินข้าวก็ได้ ทำแบบรำคาญ ก็ขับรถออกไปถึงสุวรรณภูมิ เราก็บอกทำไมมากินไกล เสร็จเขาก็พาไปเช็กอิน เราก็งงว่าไปไหน พี่ปอบอกว่าพาไปกินข้าวที่เกาะสมุย คือเขาไม่มีเวลา แต่เขาว่างวันนั้นวันเดียว เช้าไปเย็นกลับ และพรุ่งนี้ไปถ่ายงานต่างจังหวัด เรายังแซวเลยว่ามีโมเมนต์นี้ด้วย"
คิดถึงไหม
โบว์ - "มาก ทุกวินาที แต่ด้วยความคิดถึง คือพี่ปอจากไปแบบไม่ได้ให้เราโศกเศร้ามาก ความภาคภูมิใจที่เขาทิ้งไว้ให้ ทุกกำลังใจจากทั่วประเทศ ต่างประเทศ ส่งมาให้ แม้กระทั่งงานศพงานเผาที่เราได้เห็น เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวสหวงษ์ รวมถึงของโบว์ด้วยที่ครั้งนึงเราเจอเขา ครั้งนึงเราได้เป็นคู่กัน แม้ระยะเวลามันจะสั้น แต่มันก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตโบว์แล้ว"
อะไรที่ทำให้รู้สึกว่าต้องเข้มแข็ง
โบว์ - "ด้วยความจริงจากคุณหมอว่าจะเกิดอะไรขึ้น โบว์รอปาฏิหาริย์ทุกวัน และเชื่อว่าทุกวันที่เขาแข็งแรงอยู่ได้ เขาอยากให้โบว์กับมะลิแข็งแรงและอยู่ได้ เป็นความรู้สึกเราที่มีกับพี่ปอ เราสัมผัสได้ เราเจอพี่ปอตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย อยู่ด้วยกันมาประมาณ 5 ปีได้ แต่ก่อนหน้านี้ก็เจอกันบ่อยๆ ได้เห็นเขาแม้กระทั่งเขาพูดไม่ได้ แค่มองตาเรา มีแต่เราที่พูดให้เขาฟังอย่างเดียว"
ทุกวันนี้ยังพึ่งยานอนหลับไหม
โบว์ - "บ้าง หลับๆ ตื่นๆ แต่พยายามลดแล้ว เป็นวันเว้นวัน แต่เป็นยาคลายเครียดแทน ไม่งั้นไม่ไหว จะตื่นทุกชั่วโมง ไหนจะนอนกับน้องด้วย นี่ม่านตาอักเสบแล้วเพราะนอนน้อย ไมเกรน องค์ประกอบอื่นๆ แย่เลย แต่น้องแข็งแรงมาก ไม่มีอะไรเลย"
เสียดายไหมที่เปิดตัวครอบครัวช้า
โบว์ - "ที่ผ่านมาไม่เสียดายอะไรเลย ถึงจะเปิดหรือไม่เปิด ความรักระหว่างโบว์ พี่ปอ น้องมะลิ น้องออโต้ เราอยู่ด้วยกันทุกวัน มีความสุขทุกวัน ถามว่ามีคนรับรู้เรื่องเราไหม คือช่วงหลังพี่ปอบอกคนหมดเลยว่ามีลูกแล้ว"
ถ้าย้อนไปได้ อยากเปลี่ยนแปลงอะไร
โบว์ - "จริงๆ โบว์กับพี่ปอ ก็เต็มที่กับทุกวันที่เราอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ถ้าย้อนได้คงไม่อยากให้เขาป่วย อยากให้อยู่ด้วยกันต่อไป เพราะเคยสัญญากันไว้แล้วว่าเวลาเขาทำงาน เงินทุกบาทจะเก็บไว้ที่โบว์ เขาจะทำงานให้เต็มที่ พอแก่ตัวเราจะไปเที่ยวกัน คือพอมะลิโตเป็นสาว เขาแต่งงานก็มีชีวิตของเขา ที่เหลืออยู่ก็คือโบว์กับพี่ปอ เลยเก็บส่วนนึงให้ลูก ส่วนนึงให้เรา แล้วใช้ชีวิตให้เต็มที่ไปเลย"
โบว์พักงานหน้าจอการเป็นผู้ประกาศไปนานแค่ไหนแล้ว
โบว์ - "นานหลายปีแล้วค่ะ ตอนแรกพอคลอดน้องก็ยังไปทำงานอยู่ จริงๆ หน้าที่หลักของโบว์ไม่ใช่ผู้ประกาศข่าว แต่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ อยู่ประชาสัมพันธ์การกีฬาแห่งประเทศไทย แต่การกีฬาแห่งประเทศไทยไปเปิดช่องกีฬา แล้วทางผู้ว่าฯ มีนโยบายจะให้คนใน กกท. อ่านข่าวเอง เราก็ไปสอบและไปอ่าน ก็คิดถึงนะกับงานอ่านข่าว แต่ด้วยเวลาไม่ได้แล้ว แต่ก่อนตื่นตี 4-5 กลับบ้านก็ 4 ทุ่ม คงไม่ได้แล้วเพราะต้องใช้เวลากับมะลิ"
ตอนนี้เลยต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียว
โบว์ - "พี่ปอบอกว่า โอกาสคนเรามี ไม่เหมือนกัน เมื่อโอกาสมันมา ก็รับและทำให้เต็มที่ วันนี้มีโอกาส วันข้างหน้าจะมีหรือไม่มีก็ไม่รู้ ถ้าวันนี้ใครหยิบยื่นโอกาสให้เรา เราก็ทำซะ ชีวิตเราจะมีค่าก็ต่อเมื่อเราได้ทำงาน หรือได้ทำอะไรที่มีประโยชน์กับชีวิต คือจะมีดราม่าอะไรต่างๆ นานา แต่เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่"
คิดว่าตัวเองรับงานเยอะไปไหม
โบว์ - "ไม่ค่ะ แต่เราจะบอกกับอาน้ำอ้อยว่าอันไหนน้องเหนื่อย แบบไหนบ้าง อย่างนี้ไม่เอานะ น้องไม่ชอบ ไม่สนุก เราก็ตัดไม่เอาประเภทนั้น คือเหมือนพาเขาออกมาเที่ยว ปกติเราจะไปกับมะลิสองคน พาไปเล่นบ้านบอล สวนน้ำ คนไม่รู้จักเรา เราก็เล่นได้เต็มที่ แต่ตอนนี้ไปก็ต้องระวังเป็นสองเท่า แต่ยังไม่มีเข้ามาแบบไม่ดีนะ ทุกคนที่เข้ามาก็อยากเจอน้อง อยากจับน้อง อยู่ๆ ก็หอมแก้ม เราก็ต้องบอกขอโทษนะคะ แม่โบว์ไม่ได้อะไร แต่น้องเป็นคนผิวแพ้ ถ้าคุณหอมคนนึงแล้วอีก 10 คน 20 คนมาหอมตาม น้องคงไม่ไหว ต้องขอตรงนี้ ถ่ายรูปได้ ทักทายน้อง บางทีเราจะบอกก็ทำใจลำบาก เพราะทุกคนมาด้วยความรัก บางทีถ้าคนไม่รู้จักแล้วไปแตะ ไปยึดหรือไปโอบเขา เขาจะไม่เอา คือถ่ายรูปได้ แต่บางทีไปดึงน้อง ก็เหมือนหอมน้อง ถ้ามีคนดึงน้องสัก 20 คนที่มาเจอน้องก็ไม่ไหว"
ช่วงนี้ดราม่าหนัก
โบว์ - "เป็นกันทุกคนอยู่แล้ว แต่เราเลือกได้ว่าเราจะอยู่ในแง่บวกหรือลบ ทุกวันนี้เรายังไม่เต็มร้อย ก็เลี่ยงที่เป็นแง่ลบไป แต่คำติชมโบว์รับฟังนะ แต่คำด่าไม่รับฟัง ใครที่ติงมาหรือแนะนำ โบว์อ่านและเอามาปรับ แต่ คำด่าโบว์ไม่อ่าน อยากด่าก็ด่าเพราะความรู้สึกคนเราไม่เหมือนกัน เขาอาจจะยังไม่เคยสูญเสีย ก็พูดได้ แต่ถ้าเขายืนอยู่ในจุดที่เขาสูญเสีย ณ เวลานั้นโบว์ก็อยากรู้ว่าเขาจะพูดต่อไหม"
เรียกว่าเตรียมใจไว้แล้ว
โบว์ - "โบว์โดนตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกับพี่ปอเลย โดนหนักกว่านี้อีกนะ แต่ผ่านมาได้เพราะพี่ปอสอนว่าให้นิ่ง อยู่เฉยๆ ไม่จำเป็นต้องตอบโต้กับคนที่เรามองไม่เห็น คือประสบการณ์เขาเยอะ แบบมีช่วงนึงที่โบว์ก็ไม่ไหว มาด่าแรงๆ คำหยาบๆ คือเขาไม่รู้ว่าเราเจออะไรมาบ้าง แล้วสิ่งที่เสียใจที่สุดคือผู้หญิงด่าผู้หญิงกันเอง ด้วยความเป็นเพศเดียวกัน เพศแม่เหมือนกัน แล้วมาด่าโดยที่ไม่รู้จักกันเลย"
หนาหูมากเรื่องค่าตัวโบว์กับน้องมะลิ สูงถึง 180,000 บาท
โบว์ - "เยอะเนอะ อยากได้เท่านั้นเหมือนกัน คือเราได้ไม่เยอะขนาดนั้น ธรรมดาๆ อย่าไปซีเรียสเรื่องค่าตัวเยอะ และบอกตรงนี้เลยอีเวนต์ทุกงาน ค่าขนมที่ได้มาเราเก็บให้มะลิหมด จะมีบัญชีเด็กหญิงพาขวัญ สหวงษ์ อยู่ค่ะ แล้วโบว์เชื่อว่าทุกงานผู้ใหญ่แต่ละท่านอยากจะช่วยเรื่องการศึกษาน้อง ถึงบอกว่าเราไม่ได้เน้นเรื่องค่าตัว"
ออโต้มีน้อยใจไหม ไม่พาออกงานบ้าง
โบว์ - "ไม่มี ไม่ใช่ตอบแทนลูกนะ เพราะกลับบ้านไปทุกอย่างปกติ น้องเองก็ไม่ได้อยากจะมาตรงนี้ เขาเข้าใจหมด ให้กำลังใจแม่ทุกวัน เขาโตพอที่จะดูแลในส่วนของกำลังใจได้เยอะทีเดียว ไม่ทำให้เรารู้สึกว่าเราทำไม่ดี หรือไม่มีเวลาให้เขา ไม่มีเลย"
มองวงการบันเทิงไว้ยังไงเพราะตอนนี้ก้าวเข้ามาแล้ว
โบว์ - "ก้าว แต่ยังไม่เต็มตัว แค่ก้าวมาข้างนึงก่อน อีกข้างคงยังอยู่ที่จุดเราอยู่ ส่วนอนาคตเราคงมองเรื่องตัวมะลิเป็นหลัก นิสัยใจคอ และการเรียนของน้องเป็นหลัก ส่วนของโบว์เรื่อยๆ ยังไม่ได้วางว่าจะอะไร ทำในสิ่งที่เรามองเห็น อนาคตที่เราเห็น ก็จะเต็มที่ที่สุด"
แล้วถ้ามีหนุ่มๆ เข้ามาจีบโบว์ล่ะ
โบว์ - "เอาจริงๆ โบว์เป็นคนรักใครยาก และพี่ปอกว่าเราจะรักก็ใช้เวลานาน ช่วงระหว่างที่ไม่มีพี่ปอก็ไม่เคยมีใคร เพราะเราเป็นคนไม่อยากไปเจออะไรใหม่ๆ แล้วต้องปรับตัวใหม่ ขออยู่กับตัวเองดีกว่า ขี้เกียจต้องมานั่งคอยศึกษาคนนี้คนนั้น และที่ยากไปหลังจากนี้คือ ยากตรงที่ว่าจะเจอใครดีเท่าพี่ปอหรือเปล่า ถ้าไม่ดีเท่าพี่ปอโบว์ก็คงอยู่ไม่ได้ และตอนนี้ก็ยังไม่คิดค่ะ อยู่กับลูกมีความสุขแล้ว ทำทุกวันให้มีความสุข พี่ปอสอนเราว่าทุกวันมีค่า จริงๆ แต่ก่อนเรื่อยเปื่อยอยู่กับลูกก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องวางแผนอะไร แต่ทุกวันนี้เราต้องทำอะไรให้มีค่ากับชีวิตเรามากที่สุด อะไรก็ได้ที่ให้คนรักมีความสุขที่สุด เพราะเราไม่รู้จะตายวันไหน ทุกวันนี้ที่ทำก็เพื่อน้อง"
ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจในการก้าวเดินของแม่โบว์และน้องมะลิจ้า
ที่มา ข่าวสด
0 comments:
Post a Comment