รวบแก๊งฆ่าชิงทรัพย์พ่อเฒ่าวัย 79 ปี สลดที่แท้หลานชาย เป็นหัวโจกพาโจรขึ้นบ้าน

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ผบช.ภ.7 แถลงว่า พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รองผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.จว.นครปฐม พ.ต.อ. ไชยา สุนทรกิจ รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ ผกก.1 สส.ภ.7 พ.ต.อ.ธีระเดช อธิภัคกุล กก.สภ.นครชัยศรี พร้อมพวกจับกุมนายพเยาว์ สุจิตร์จูล หรือเยาว์ อายุ 31 ปี นายสมาน หาวิธี หรือ แอ๊ด อายุ 48 ปี นายวัลลภ ปิ่นสุข หรือ ลพ อายุ 28 ปี และนายดิเรก หรือเหรก สารีบุตร อายุ 42 ปี พร้อมของกลางที่โจรกรรมไปหลังจากลงมือใช้สายเทปใสมัดปาก ผ้าขาวม้ารัดคอ และมัดแขน และขา นายไพฑูรย์ กลิ่นพยอม อายุ 79 ปี เจ้าของบ้านจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 มี.ย. ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้มอบหมายงานให้ชุดสืบสวนภาค 7 สืบสวนจังหวัดนครปฐม และสืบสวน สภ.นครชัยศรี ติดตามแกะลอยกล้องวงจรปิด และหาข่าววงใน จนพบว่านายพเยาว์ หรือเยาว์ สุจิตร์จูล ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของภรรยานายไพฑูรย์ ผู้เสียชีวิต และมีพฤติกรรมชอบเล่นการพนัน และลักทรัพย์ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบนายพเยาว์ หรือเยาว์ ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในเส้นทางหลายครั้งในวันเกิดเหตุ และมีรถยนต์กะบะนิสสัน รุ่นนาวาร่า ขับตามรถจักรยานยนต์ วนไปมาหลายรอบ จึงติดตามไปยึดรถจักรยานยนต์ ของเยาวชนรายหนึ่งเป็นพยานยืนยัน ว่า นายพเยาว์ ยืมไปใช้ในวันเกิดเหตุ

พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายพเยาว์ หรือเยาว์ มาสอบสวนและรับสารภาพว่าได้ชักชวนนายสมาน หาวิธี หรือแอ๊ด นายวัลลภ หรือลพ ปิ่นสุข และนายดิเรก หรือเหรก สารีบุตร ซึ่งเป็นนักเล่นการพนัน เจอกันในบ่อนไฮโล และสนามไก่ชน รู้จักกันมานานจึงชวนมาทำงานโดยบอกว่านายไพฑูรย์ อายุ 79 ปี อยู่บ้านลำพังมีเงินจำนวนมาก และสร้อยคอทองคำหนักหลายบาท พระดังๆ ราคาแพงหลายองค์ จึงวางแผนกันเข้า โดยนายพเยาว์ เป็นคนชี้บ้านและนำเข้าเส้นทาง ให้นายสมาน นายวัลลภ และนายดิเรก เข้าไปงัดหน้าต่างหลังบ้านเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินได้สร้อยคอทองคำและพระเลี่ยมทองออกมาแล้ว นายพเยาว์ บอกว่ามีเงินอีก และมีอาวุธปืนด้วย ทั้งสามคนจึงย้อนกลับเข้าไปอีกครั้ง แล้วย้อนกลับออกมาพากันแยกย้ายหลบหนีไปกบดานที่ บ้านนายสมาน หรือแอ๊ด หาวิธี ที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายสมานนำสร้อยคอทองคำไปขายได้เงินมา 100,000 บาท นำมาแบ่งกันส่วนพระเครื่อง อยู่บ้านนายสมาน
นายสมาน หรือแอ๊ด ให้การรับสารภาพ ว่าร่วมกับพวกมาโจรกรรมทรัพย์สินในบ้านนายไพฑูรย์ กลิ่นพยอม โดยมีนายพเยาว์ หรือเยาว์ สุจิตร์จูล เป็นคนโทรไปนัดและพาดูต้นทางทุกอย่าง โดยนายพเยาว์ แบ่งเงินไป 40,000บาท พวกตนได้มาคนละ 20,000 บาท และว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่านายไพฑูรย์ ครั้งแรกเข้าบ้านได้ ก็คลานเข้าไปที่ตัวแก แล้วหยิบสร้อยคอทองคำที่ลุงแกวางไว้ข้างตัวออกมาได้แล้ว แต่นายพเยาว์ บอกว่า มีเงินอีกและมีปืนจึงย้อนกลับเข้าไปอีก และจับแกมัดไว้เท่านั้นไม่ได้ทุบตี ก่อนออกไปยังเปิดพัดลมให้แก นึกว่าแกหมดสติหลับไปเมื่อตื่นมาจะได้ไม่ร้อน
น.ส.ประภา กลิ่นพยอม อายุ 52 ปี ลูกสาว กล่าวว่า ไม่คิดว่านายพเยาว์ สุจิตร์จูล จะกล้าพาพวกมาทำกับพ่อได้ขนาดนี้ ทั้งที่ นายพเยาว์ มีศักดิ์เป็นหลานของแม่ นามสกุลเดียวกับแม่ ที่บ้านก็เคยโดนขึ้นบ้าน พ่อก็รู้แต่ไม่อยากเอาเรื่องเห็นว่าเป็นญาติกัน วันเกิดเหตุเราก็คิดแล้วว่าต้องมีมันเป็นส่วนร่วม แล้วก็จริงตามนั้น
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 06.50น. วันที่ 23 มี.ค. พ.ต.ท.ภิญโญ มุกสิกสาร พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งจากนายทรรศ กลิ่นพยอม อายุ 39 ปี ข้าราชการครู โรงเรียนวัดรางกระทุ่ม อ.สามพราน บุตรชายของนายไพฑูรย์ กลิ่นพยอม ว่าพ่อถูกฆ่าเสียชีวิตในบ้านเลขที่ 95 ม.2 ต.โคกพระเจดีย์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นบ้านสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ ด้านหน้าปิดประตูมิดชิด ต้องเข้าทางประตูหลังบ้าน พบนายไพฑูรย์ กลิ่นพยอม อายุ 79 ปี นอนคว่ำที่ขาทั่งสองข้างถูกมัดด้วยเสื้อเชิ้ตลาย แขนทั้งสองข้างถูกมัดติดกันไขว้หลังด้วยผ้าขาวม้าลาย และที่ลำคอถูกรัดด้วยเชือกพลาสติก อยู่ข้างเตียงนอนชั้นล่าง
ใกล้กันมีร่องรอยการต่อสู้พื้นเตียงนอนแตกหัก ตู้เสื้อผ้าและลิ้นชัก ที่อยู่ด้านล่างถูกรื้อคืน หน้าต่างด้านหลังมีรอยถูกงัดและเปิดออก 2 บาน เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ได้เก็บพยานหลักฐานเป็นลายนิ้วมือ รอยเท้าคนร้ายชั้นล่าง และชั้นบน และตัดเล็บนิ้วมือนายไพฑูรย์ เพื่อหาดีเอ็นเอ จากเยื่อผิวหนัง เนื่องจากมีการต่อสู้และมีพยานยืนยันว่านายพเยาว์ หรือเยาว์ สุจิตร์จูล ต้องสงสัยในคดีนี้
ที่มา ข่าวสด
0 comments:
Post a Comment