Tuesday, March 29, 2016

ร้องนักกล้ามซ้อม นศ.สาวพึ่งปวีณา เอาผิดแฟนหนุ่ม อดีตทีมชาติโหด

 

น.ศ.สาวร้อง "ปวีณา" ถูกหนุ่มเพาะกาย อดีตทีมชาติ ซ้อมทารุณทั้งบุหรี่จี้ มีด สปาร์ตาทุบจนบาดเจ็บสาหัส จับขังทรมานไว้ในอพาร์ตเมนต์ ย่านรามคำแหง โชคดีหลุดรอดหนีมาได้ก่อนเข้าพึ่งประธานมูลนิธิปวีณา ช่วยเหลือ ตร.เร่งรวบรวมหลักฐานขอหมายจับฐานทำร้ายร่างกายจนสาหัส กักขังหน่วงเหนี่ยว ส่วนพยายามฆ่าต้องสอบอย่างละเอียดก่อนพิจารณาตั้งข้อหา


เมื่อ เวลา 14.00 น.วันที่ 29 มี.ค.ที่ร.พ.เพชรเวช ย่านห้วยขวาง กทม. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก ร.ต.ท.หญิง พัชราภรณ์ รกน้อย รองสว.(สอบสวน)สน.หัวหมาก และนพ.ชาตรี ตันติยวรงค์ ผอ.ร.พ.เพชรเวช เข้าเยี่ยมอาการและสอบปากคำ น.ส.เอ(นามสมมติ) อายุ 22 ปี ซึ่งถูกแฟนหนุ่มทรมานทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

นาง ปวีณา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อ วันที่ 28 มี.ค.มารดาของผู้เสียหายติดต่อมาที่มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อร้องขอความช่วยเหลือให้ติดตามคดี หลังจากบุตรสาวถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยวจนได้รับบาด เจ็บสาหัส มูลนิธิจึงประสานผู้เกี่ยวข้องและตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นจนทราบว่า ผู้เสียหายเป็นนักศึกษากฎหมาย ฝึกงานอยู่สำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียหายขยันทำงานส่งเสียตัวเองเล่าเรียน และช่วงเย็นจะหารายได้เสริมด้วยการรับจ้างทั่วไป

นางปวีณา กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้รู้จักกับนายเต้ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง อายุประมาณ 37 ปี ผ่านโปรแกรมบีทอล์ก หลังจากคุยกันได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ฝ่ายชายซึ่งพักอาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์ ภายในซอยรามคำแหง 24 แยก 12 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ออกอุบายว่าจ้างผู้เสียหายไปทำความสะอาดห้องพัก แต่ฝ่ายชายได้ใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ตอนนั้นผู้เสียหายไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี เพราะจำยอมคบหาดูใจกัน โดยเบื้องต้นทราบว่าฝ่ายชายไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง เป็นเพียงนักเพาะกาย เคยติดทีมชาติ

นางปวีณากล่าวอีกว่า เมื่อคบหากันได้สักระยะ ฝ่ายชายมักมีอาการหึงหวงอย่างรุนแรง เมื่อออกมาจากฟิตเนสชอบนั่งดื่มสุรา พอเมามายก็จะหารื่องทะเลาะจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ครั้งล่าสุดเมื่อเที่ยงวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียหายกำลังทำงาน จู่ๆ นายเต้ โทรศัพท์เข้ามาหา แต่ผู้เสียหายไม่ยอมรับ นายเต้หลอกให้ผู้เสียหายไปหาที่ห้องพักในช่วงเย็น เมื่อไปถึงนายเต้ใช้มีดสปาร์ตาฟาดเข้าที่ศีรษะจนเลือดอาบหน้า ตามด้วยต่อยเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง และใช้บุหรี่จี้เบ้าตาซ้าย ก่อนทารุณกรรมทำร้ายทั่วร่างกายจนสลบ เมื่อฟื้นขึ้นมาช่วงเช้าวันที่ 24 มี.ค.พบว่ามือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยเชือกจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ได้ และถูกกักขังอยู่ในห้องพักดังกล่าว วันที่ 25 มี.ค.ถูกทารุณกรรมด้วยมีดสปาร์ตาฟันเข้าหน้าท้อง เมื่อพยายามดิ้นรนก็ถูกทำร้ายจนสลบ

นางปวีณากล่าวเพิ่มเติม ว่า กระทั่งวันที่ 26 มี.ค. นายเต้ยังคงกักขังผู้เสียหายไว้ในห้องพัก ก่อนออกไปทำธุระกับเพื่อน ผู้เสียหายสบโอกาสแก้พันธนาการแล้วพยายามคลานออกมาจากห้องพัก มาขึ้นรถสองแถวหลบหนีมุ่งหน้าไปร้านคอมพิวเตอร์ภายในซอยถัดไป จากนั้นแช็ตหาเพื่อนสนิทให้นำตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บที่ร.พ. ก่อนตัดสินใจปรึกษามารดาให้แจ้งมูลนิธิปวีณาฯเพื่อช่วยเหลือ

นพ.ชาตรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตามร่างกายของผู้เสียหายพบว่ามีบาดแผลร่องรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย อาการสาหัส บริเวณศีรษะแตกร้าว ปอดฉีก ซี่โครงหักข้างละ 3 ซี่ รวม 6 ซี่ และมีเลือดคั่ง อย่างไรก็ตามขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังต้องพักฟื้นดูอาการอีก ประมาณ 2-3 วัน หากไม่พบเลือดและลมออกมาจากสายไอซีดี ก็สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้

พ.ต.อ.ศรายุทธกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำความผิดเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้หากมีพยานหลักฐานเพียงพอจะขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ ในความผิดทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นสูญเสียอิสรภาพ ส่วนข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น ต้องสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดก่อนพิจารณาตั้งข้อหา

ที่มา ข่าวสด


0 comments:

Post a Comment

กด Like เพื่อร่วมติดตามข่าวใหม่ๆก่อนใคร

Advertisement

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด

Flag Counter

Powered by Blogger.

กด Like = 1 กำลังใจ
กดพื้นที่ว่างหรือกากบาทด้านล่างเพื่ออ่านข่าว

Powered By | Blog Gadgets