Thursday, August 6, 2015

ตร.รวบผู้ต้องหาลักทรัพย์ยึดอาชีพโจรมากว่า 4 ปี หากพบเหยื่อ!เป็นหญิงสาวจะลงมือข่มขืนทุกครั้ง


Astvผู้จัดการ - ตร.ตามรวบผู้ต้องหารับทรัพย์ลักทรัพย์ เคยก่อเหตุมาแล้วกว่า 25 ครั้งยึดอาชีพโจรมากว่า 4 ปี โดยจะเลือกเข้าบ้านหรูที่ไม่มีคนอยู่ หากพบผู้หญิงอยู่ในบ้านคนเดียวจะลงมือข่มขืนเพราะเชื่อว่าตัวหมดประสิทธิภาพ ก่อนจะชิงทรัพย์แล้วหลบหนี


       วันนี้( 6 ส.ค.)เมื่อเวลา 11.30 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.นิธิศ บุญเจริญ ผกก.สน.อุดมสุข พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผกก.สส.สน.อุดมสุข พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม สว.สส.สน.อุดมสุข และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.อุดมสุข แถลงผลการจับกุม นายนวพร สินมา หรือ หน่อง อายุ 41 ปี ที่อยู่45/1 หมู่ 12 ตำบลท่าหมื่นราม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 3 เครื่องกระเป๋าสะพายลายทหาร จำนวน 1 ใบ รถยนต์ยี่ห้อ มาสด้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กฉ 2732 ราชบุรี จำนวน 1 คัน และของกลางอื่นๆอีกหลายรายการ โดยสามารถจับกุมได้บริเวณ ร้านซ่อมเครื่องไฟฟ้าไม่มีเลขที่ หมู่ 1 ถนนเพชรเกษม ตำบลวังละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 4 ส.ค.58 เวลาประมาณ 18.00น. ในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร
     

       ด้าน พ.ต.อ.นิธิศ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ก.ค. เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.อุดมสุขได้รับแจ้งเหตุจากนายพรรษวัส วารี อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย ว่าได้มีคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ ภายในบ้านเลขที่ 52/96 หมู่บ้านศุภาลัย ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวง/เขตประเวศ กทม. และยังมีผู้เสียหายที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านศุภลัยอีกสองรายที่เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายพรรณธกร กิจธนไพศาล ผู้เสียหายอีกคนมาแจ้งว่าตนเองอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านดังกล่าว
     
       มีคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ภายในบ้านได้ทรัพย์สินไปหลายรายการเช่นกัน เชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายคนเดียวกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน จึงได้ประชุมวางแผนสืบสวนหาข่าว จนทราบว่าโน๊ตบุ๊คของกลางได้วางขายอยู่ที่บริเวณ ร้านซ่อมเครื่องไฟฟ้าไม่มีเลขที่ใน จ.นครปฐม ฝ่ายสืบสวนไปเดินทางออกไปตรวจสอบพร้อมกับนายพรรษวัส เมื่อเดินทางไปถึงพบนายนวพร แจ้งว่าตนเองเป็นเจ้าของร้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบของกลางโน๊ตบุ๊คยี่ห้อคอมแพ็ค สีดำ- เทาและโน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อ เดล สีบรอนซ์- เงิน และเครื่องประดับจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นทรัพย์สินหลายรายการที่ได้แจ้งความหายไว้ในพื้นที่ สน.อุดมสุข เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมพร้อมยึดของกลางทั้งหมดมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สน.อุดมสุข
       
       จากการสอบสวนนายนวพร ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ขโมยทรัพย์สินมาจากหมู่บ้านศุภาลัยจริง โดยได้เข้าไปขโมยทรัพย์สินในบ้านจำนวน 5 หลัง แต่ได้ทรัพย์สินมาเพียงจำนวน 3 หลัง และเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ได้ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง ซึ่งทรัพย์สินที่ได้ส่วนมากจะนำไปทิ้ง เว้นแต่ทองคำ เพื่อนำไปขายเป็นเศษทอง และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจะนำมาวางขายเครื่องละ 3,000 บาท โดยเลือกที่จะลงมือก่อเหตุเวลาประมาณ 02.00 น. และเลือกบ้านที่ไม่สัญญาณกันขโมย หรือไม่มีเหล็กดัด เมื่อเข้าบ้านได้แล้ว ถ้าเจอผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงก็จะจับมัดแล้วลวนลาม บางรายจะข่มขืน เพราะเชื่อว่าตนเองหมดประสิทธิภาพแล้ว ปรากฎว่าจุดลับของตนเองก็ยังใช้งานไม่ได้ ซึ่งเคยลงมือข่มขืนมาแล้วกว่า 10 ครั้ง
     
       นอกจากนี้ผู้ต้องหาให้การอีกว่า ตนไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง และได้ออกลักทรัพย์ตามบ้านเรือนประชาชนมาแล้วกว่า 4 ปี โดยจะเข้าทำการลักทรัพย์ตามหมู่บ้านผู้คนที่มีฐานะดี เมื่อได้ทรัพย์สินมาแล้วตนเองจะนำมาวางขายบางส่วนเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายนวพรพบว่าเคยเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่ สน.อุดมสุข จำนวน 10 ครั้ง พื้นที่ สน.มีนบุรี จำนวน 7 ครั้ง และพื้นที่ สภ.บางแก้วจ.สมุทรปราการ จำนวน 8 ครั้ง รวมแล้วประมาณ 25 ครั้ง และผู้ต้องหารายนี้เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อปี 54 ก่อนมาก่อเหตุเดิมซ้ำอีก

ที่มา manager


0 comments:

Post a Comment

กด Like เพื่อร่วมติดตามข่าวใหม่ๆก่อนใคร

Advertisement

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด

Flag Counter

Powered by Blogger.

กด Like = 1 กำลังใจ
กดพื้นที่ว่างหรือกากบาทด้านล่างเพื่ออ่านข่าว

Powered By | Blog Gadgets