Showing posts with label ข่าวบันเทิง. Show all posts
Showing posts with label ข่าวบันเทิง. Show all posts

Monday, December 5, 2016

พระเอก‘หมาก-ปริญ’ เผยเหตุการณ์วันตื้บลูกชายนายพล หลังให้ปากคำตำรวจนานกว่า 3 ชม.


เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. พระเอกชื่อดัง หมาก-ปริญ สุภารัตน์ ได้เดินทางมาถึงที่ สภ.ช้างเผือก เชียงใหม่ และได้เดินขึ้นไปชั้นสองของโรงพัก เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานผู้อยู่ในเหตุการณ์ คดีทำร้ายลูกชายนายพล ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.ธีระพล อินทรลิบ รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เป็นผู้สอบปากคำด้วยตนเอง โดยการสอบปากคำใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าจึงแล้วเสร็จ เมื่อเวลาประมาณ 19.50 น.


พระเอกหนุ่ม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เนื่องจากมีหมายเรียกตนไปที่บ้านที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อตนรู้ ตนจึงต้องรีบมา เพื่อที่จะให้ปากคำที่เราทราบว่าเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็ได้รายงานให้ทางตำรวจได้รับทราบทุกอย่าง โดยตนได้ให้ปากคำทุกอย่าง บอกสิ่งที่ตนรู้ทุกอย่าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนั้นได้ไปเข้าห้องน้ำจริงหรือไม่ หมาก เปิดเผยว่า “ผมเข้าห้องน้ำจริงครับ แต่ไม่เห็นตอนทำร้ายกัน ซึ่งผมได้ให้ปากคำไปหมดทุกอย่างที่ผมทราบ หากพนักงานสอบสวนเรียกตัวผมมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีก ผมก็ยินดี ให้ความร่วมมือเต็มที่”

ส่วนเพื่อนดาราคนอื่นจะมาให้ปากคำตำรวจด้วยหรือไม่นั้น หมาก ตอบว่า ไม่ทราบในส่วนของคนอื่น อย่างไรก็ตามวันนี้ตนก็จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เลย ในเวลา 20.45 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพระเอกหนุ่ม เดินออกมาหลังสอบปากคำแล้วเสร็จ ก็มีประชาชนมาขอถ่ายภาพด้วย พระเอกหนุ่มก็ถ่ายด้วยแบบเป็นกันเอง และได้ออกมาที่ด้านนอกโรงพัก จากนั้น พระเอกหมากได้เงยหน้าขึ้นดูท้องฟ้า และได้พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “อากาศดีจัง” จากนั้นก็ขึ้นรถออกไป

ที่มา ข่าวสด


Friday, November 4, 2016

แฟนเพลงร่วมอาลัยแน่นวัด ร่ำไห้กอดศพ “สันติ ดวงสว่าง” ลูกทุ่งชื่อดัง


สันติ ดวงสว่าง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เจ้าพ่อเพลงหวาน วัย 48 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ย.จากอาการเส้นเลือดในสมองแตก ต่อมาเวลา 16.00 น. นางวิภา ภู่ทอง พี่สาวของสันติ ดวงสว่าง พร้อมด้วยญาติๆนำศพลูกทุ่งชื่อดังมาประกอบพิธีรดน้ำศพที่วัดมูลจินดาราม ศาลา 3 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยมีนายชาญ พวงเพชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี มาร่วมรดน้ำศพด้วย รวมทั้งนายชัยชนะ บุญนะโชติ นักร้องอาวุโส ศิลปินแห่งชาติ และญาติพี่น้อง แฟนเพลงเข้าร่วมอาลัยเป็นจำนวนมาก


นางวิภากล่าวว่า เรามีพีน้องกันทั้งหมด 5 คน ผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 2 คน ตนเป็นคนโต ส่วนสันติเป็นคนที่ 4 น้องชายป่วยมาประมาณ 1 ปีจากโรคหลายๆโรค ซึ่งได้พยายามรักษาเยียวยามาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 2559 ได้นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม หลังอาการทรุดหนักและได้เสียชีวิตลง เมื่อเช้ามืดของวันนี้ ส่วนการสวดพระอภิธรรมมี 5 วัน จากนั้นจะเก็บศพไว้ก่อนเพื่อปรึกษาผู้ใหญ่ในวงการถึงกำหนดฌาปนกิจ


ด้านนายชัยชนะ บุญนะโชติ ครูเพลง และศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจจากการจากไปของสันติ ดวงสว่าง ด้วยวัยเพียง 48 ปี สันติได้มาเป็นลูกศิษย์ฝึกทำขวัญนาค เป็นคนหนุ่มที่มีความขยันมั่นเพียรในการเรียนรู้อยู่ตลอด แต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่ได้ร่วมทำขวัญนาคด้วยกัน ก็มาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

สำหรับ สันติ ดวงสว่าง มีชื่อจริงว่า นายจเร ภู่ทอง เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2511 ชาวตำบลสากเหล็ก อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร มีนิสัยรักการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ก้าวสู่วงการด้วยการเข้าประกวดร้องเพลงรายการลูกทุ่งสิบทิศของดำรง พุฒตาล ทางทีวีช่อง 5 จากนั้นมีผู้พาไปฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์มนต์ เมืองเหนือ และอาจารย์สงเคราะห์ สมัตถะภาพงษ์ ที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นผู้ฝึกฝนการร้องเพลง และเขียนเพลงให้สิบเพลงรวด โดยมี จิตรกร บัวเนียม ทำดนตรีให้ เพลงเด่นๆชุดแรก อาทิ หนุ่มร.พ.ช. ส่วนเพลงที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักติดหูคือที่สุดคือ จูบไม่หวาน สันติ ดวงสว่าง ถือว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการเพลงลูกทุ่ง ตั้งแต่ปี 2533 กับโครงการท็อปฮิต ลูกทุ่งมาตรฐาน ซึ่งสันติ คือศิลปินคนแรกของโครงการนี้ และยังมีผลงานมากถึง 24 อัลบั้ม มีเพลงฮิต อาทิ จูบไม่หวาน, ถอนคำสาบาน, รักนี้มีกรรม, น้ำกรดแช่เย็น, นางลอย นางลืม เป็นต้น

ที่มา ข่าวสด


Wednesday, November 2, 2016

ด่วน!! สันติ ดวงสว่าง เส้นเลือดสมองแตก สมองหยุดทำงาน หมอบอกให้ญาติทำใจ


หลังจากที่ สันติ ดวงสว่าง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เจ้าของฉายาราชาเพลงหวาน อายุ 48 ปี เจ้าของบทเพลงดัง “จูบไม่หวาน”, “ถอนคำสาบาน” ถูกส่งตัวมารักษายังโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากโรคเบาหวาน และโรคไตกำเริบจนเกิดอาการช็อกหมดสติ


ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นางกำไร พุ่มพฤกษ์ พี่สาวของสันติ ดวงสว่าง ซึ่งย้ายมารักษาตัวที่ห้อง ICU รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม ให้สัมภาษณ์ว่า เดิมสันติรักษาตัวด้วยอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ตัวบวม ช็อคมีอาการไตวาย เข้ารักษาตัวอยู่ที่รพ.บุรีรัมย์ แต่สันติอยากกลับมาอยู่กับพี่ๆน้องๆที่สมุทรสงคราม จึงย้ายมาที่โรงพยาบาลนภาลัย กระทั่งถูกส่งตัวต่อมาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ยังพูดเล่นกับหลานดีๆอยู่เลย ไม่คิดว่าสันติจะมีอาการหนักรวดเร็วอย่างนี้ อย่างไรก็ตามคงไม่ย้ายโรงพยาบาลอีกแล้ว เพราะคิดว่าย้ายไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น

ด้านนพ.วัชระ จันทร์เจริญกิจ รองผอ.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า นักร้องลูกทุ่งชื่อดังถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลนภาลัย ด้วยอาการทางไต ต้องฟอกด่วนเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2559 เวลาประมาณ 4 ทุ่ม จากประวัติคนไข้รักษาตัวในอาการเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทำให้เส้นเลือดเสื่อมเปราะจึงเกิดการไตวายเรื้อรัง ต้องฟอกเลือดมาโดยตลอด ล่าสุดเส้นเลือดในสมองเสื่อมกระทั่งเส้นเลือดบริเวณโพรงสมองส่วนกลางแตก เลือดซึมกระจายไปทั่วสมอง ขณะนี้สมองหยุดการทำงาน อาการน่าเป็นห่วง จึงพยายามให้ยาช่วย อย่างไรก็ตาม การย้ายไปโรงพยาบาลไหนการรักษาก็คงไม่แตกต่างกัน เพราะเป็นระยะสุดท้ายของโรคทั้งหมด การรักษาด้วยวิธีเดียวกันอยู่ที่ไหนก็รักษาเหมือนกัน

สายัณห์ ดาราฉาย ตลกประจำคณะของสันติ ดวงสว่าง กล่าวว่า สันติมีอาการเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อคืนวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระพุทธเลิศหล้า แม่กลอง ทำให้ขณะนี้ไม่รู้สึกตัว ขณะเดียวกันยังได้รับแจ้งว่ายังไม่สามารถผ่าตัดให้ได้ เนื่องจากสันติมีเกล็ดเลือดต่ำ ตอนนี้จึงกำลังประสานขอย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเปาโล

อย่างไรก็ตาม ต่อมาสายัณห์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ตอนนี้ตัดสินใจไม่ย้ายโรงพยาบาลแล้ว เพราะอาการของสันติที่ตอนเช้าเหมือนจะทรงๆ เริ่มทรุดลง มีอาการตัวเริ่มบวม การหายใจก็ไม่ดีนัก ขณะที่แพทย์เองก็แจ้งให้ญาติทำใจ ซึ่งญาติก็เริ่มทำใจแล้ว

ที่มา ข่าวสด


Friday, October 21, 2016

หาม “สันติ ดวงสว่าง” เข้าห้อง ICU หลังเบาหวานกำเริบ ยังไม่ได้สติ


เมื่อวันที่ 21 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ได้รับคนไข้ชื่อนายจเร ภู่ทอง หรือสันติ ดวงสว่าง อายุ 45 ปี นักร้องลูกทุ่งชื่อดังเจ้าของฉายา”ราชาเพลงหวาน” เจ้าของบทเพลง “จูบไม่หวาน” และ “มนต์รักดอนหอยหลอด” ด้วยอาการหมดสติ แพทย์ต้องส่งเข้าห้อง ICU เป็นการด่วน


นางอาภรณ์ พี่สาวสันติ ดวงสว่าง เปิดเผยว่า ตนเองกับสายัณห์ ดาราฉาย และน้องชาย เดินทางมาจากจ.สมุทรสงคราม เพื่อจะพาตัวสันติ ดวงสว่าง ไปรักษาโรคเบาหวานกับหมอที่จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหมอที่เคยรักษาโรคเดียวกันให้กับสายัณห์ นิรันดร นักร้องลูกทุ่งชื่อดังอีกคนจนหาย แต่เมื่อมาถึงพบว่าน้องชายมีอาการหายใจเหนื่อย ขาบวม เดินไม่ไหว ต้องพยุงตัวเข้าห้องน้ำ หมอแจ้งว่าอาการหนักแนะนำให้รักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ก่อน

ทั้งนี้สันติเริ่มหมดเรี่ยวแรงระหว่างการเดินทาง และหมดสติที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ แพทย์จึงนำตัวเข้าห้อง ICU อย่างเร่งด่วน โดยอาการล่าสุด (16.30 น.) ยังไม่รู้สึกตัว

ที่มา ข่าวสด


Tuesday, October 11, 2016

‘กอล์ฟ’ โต้ไม่เคยล้างสมอง – เกาะ ‘ขวัญ’ เผยคุยอนาคตแล้ว พยายามเข้าหา ‘แม่ขวัญ’ ต่อไป


กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ สำหรับกรณีดราม่าระหว่าง ขวัญ – อุษามณี ไวทยานนท์ และคุณแม่แอ๊ว – ปราณี เมื่อคุณแม่ออกมาโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมว่าติดต่อลูกสาวไม่ได้ อยากขอความเห็นใจจากคนใกล้ตัวลูกสาวว่ายังมีแม่อยู่ ขณะที่ลูกสาวเองก็ออกมาโต้ว่าเป็นเพราะ ‘เรื่องเงิน’ ทำให้ครอบครัวมีปัญหา และไม่ขอพูดถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นๆ ถึงอย่างนั้นชื่อ กอล์ฟ – พิชญะ นิธิไพศาลกุล ก็อดไม่ได้ที่จะถูกโยงเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยในช่วงหลังกลายมาเป็นหนุ่มคนสนิทของขวัญและมีภาพหวานๆ มาให้เห็นเสมอ ทั้งที่ฝ่ายคุณแม่แอ๊ว และลูกแก้ว – เขมรัสนี พี่สาวขวัญดูเหมือนจะไม่ปลื้มเท่าไหร่นัก


ล่าสุดวันนี้ (11 ตุลาคม) เมื่อได้มาร่วมงานเปิดตัวกิจกรรมภายใต้แคมเปญ พาส ฟอร์เวิล์ด ในชื่อ ‘beyond’ ที่ the style by toyota สยามสแควร์วัน กอล์ฟ พิชญะ ก็ได้เปิดใจ โดยว่า วันนี้อะไรที่พูดได้ก็จะพูด อะไรที่พูดไม่ได้เพราะเป็นประเด็นอ่อนไหวก็ขออนุญาตไม่ตอบ อย่างเรื่องที่ตนโพสต์ข้อความว่าเงียบมานานแล้ว และรอพูดทีเดียวนั้น ขอยืนยันว่าสิ่งที่เห็นในโซเชียลมีเดียต้องใช้การวิคราะห์แยกแยะ เพราะบางอย่างเป็นเรื่องจริง บางอย่างไม่ใช่ ดังนั้นจึงต้องมีวิจารณญาณ รวมถึงเรื่องที่บอกว่าตนไปด่าก็ไม่เคยทำ ส่วนเรื่องธุรกิจของขวัญก็เข้าไปช่วยเฉพาะด้านครีเอทีฟ ไม่เคยยุ่งเกี่ยวเรื่องเงินทอง ส่วนที่มีคนมองว่ามีคนทำให้ขวัญเปลี่ยนไป คนนั้นคงไม่ใช่ตน เพราะที่เป็นอยู่คือคอยให้กำลังใจ และทำสิ่งดีๆให้แก่กัน ไม่ได้ชักชวนกันไปในทางที่ผิด ไม่ได้เข้าไปควบคุมชีวิต เพราะขวัญก็โตแล้ว และเชื่อด้วยว่าคนเราอยู่กับใครแล้วสบายใจก็คงอยู่ตรงนั้น  ส่วนกับแม่ปราณีของขวัญตนก็พยายามเข้าหาหลายครั้ง แต่ได้คุยกันจริงจังแค่ครั้งเดียว อย่างไรก็ดีก็จะพยายามต่อไป

“กอล์ฟก็ไม่แน่ใจนะครับว่ามันเป็นเพราะอะไร แต่ว่ากอล์ฟก็ทำหน้าที่ๆ ดีที่สุดของกอล์ฟนะครับ ก็ดูแลน้องให้ดีที่สุด แล้วก็เอิ่ม เขาเรียกว่าอะไรล่ะ คือถึงแม้ว่า คือกอล์ฟเข้าใจน่ะ ถึงแม้กอล์ฟไม่ใช่ผู้ชายเพอร์เฟค หรือที่ดีที่สุด แต่ว่าแบบ คือเขา..ไม่ใช่เพอร์เฟคที่สุด ดีที่สุด ไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ว่าผมก็คิดว่า ผมเป็นผู้ชายคนนึงที่รักน้อง แล้วก็จริงใจกับน้อง แล้วก็จะอยู่ข้างน้องไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะแย่ หรือจะยิ้ม หรือจะมีความสุข ผมจะอยู่ข้าง” กอล์ฟกล่าว

และว่า “กอล์ฟว่ากอล์ฟ คอยให้กำลังใจข้างๆ ดีกว่าครับ น้องดูแลตัวเอง รับงานส่วนน้อง กอล์ฟไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย ไม่ได้รับโทรศัพท์ ไม่ได้ยุ่ง ไม่ได้เข้าไปแตะต้องอะไรเลยสักนิดนึง  เพราะกอล์ฟรู้สึกว่ากอล์ฟไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นผู้ชายที่ไม่ดี กลอ์ฟไมได้ทำตัวไม่ดี โดยการไปเกาะผู้หญิงคนหนึ่งอย่างที่ใครหลายคนมาพูด ที่บ้านกอล์ฟก็มี และก็มีมากพอแล้ว  แล้วก็ไม่ต้องมานั่งบอกว่าฉันมีเท่าไร ใครมีเท่าไร ตัวกอล์ฟเองก็มีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณพ่อกอล์ฟก็มีธุรกิจเป็นของตัวเอง แค่นี้ก็พอแล้วครับ เราอยู่กันอย่างมีความสุขอะ พอแล้ว”

นอกจากนี้กอล์ฟยังกล่าวว่า ที่บ้านของตนทุกคนยอมรับขวัญ โดยตนกับขวัญได้คุยเรื่องอนาคตกันแล้ว แต่เรื่องแต่งงานขอให้เป็นเรื่องส่วนตัว รอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเพลาๆ ลงก่อน

ที่มา matichon


Saturday, July 2, 2016

‘ดอน จมูกบาน’ เสียชีวิตแล้ว!! หลังต่อสู้มะเร็งร้าย ลูกชายร่ำไห้-วงการตลกร่วมไว้อาลัย

 

 วันที่ 2 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดอน จมูกบาน ตลกอาวุโสชื่อดังเสียชีวิตแล้ว เมื่อ 17.30 น. ด้วยวัย 69 ปี หลังจากป่วยโรคมะเร็งตับ และต่อสู้โรคร้ายมานาน


 โดยนายธนภพ เพียรเกตวิทย์ อายุ 30 ปี ลูกชายคนที่สองของดอน จมูกบาน ให้สัมภาษณ์กับข่าวสดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พร้อมทั้งร่ำไห้ด้วยความเสียใจว่า เมื่อเวลา 17.30 น. คุณพ่อหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิต โดยในวันพรุ่งนี้จะเคลื่อนย้ายร่างของคุณพ่อไปที่วัดบางพลีใหญ่ใน (วัดหลวงพ่อโต) เพื่อรดน้ำศพ และจะสวดอภิธรรมศพ เป็นเวลา 5 คืน ก่อนจะปรึกษากับครอบครัวและญาติพี่น้องว่าจะจัดเก็บร่างของคุณพ่อไว้ก่อนหรือทำการฌาปนกิจหลังจากที่สวดอภิธรรมเสร็จ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังทราบข่าว ลูกหลานวงการตลก ต่างโพสต์ข้อความในโลกโซเชี่ยล แสดงความไว้อาลัยกับการจากไปของตลกคนดังด้วย

ที่มา ข่าวสด


Tuesday, June 21, 2016

"คิว วงฟลัว" สาหัส บิ๊กไบก์ชนแล้วหนี กลางทองหล่อ พ้นขีดอันตรายแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานที่ผ่านมา นายสุวีระ บุญรอด หรือ คิว วงฟลัว นักร้องนำวงฟลัว ประสบอุบัติเหตุรถชนขณะข้ามถนนในซอยทองหล่อได้รับบาดเจ็บสาหัส


โดยผู้จัดการส่วนตัวเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว คิว กำลังเดินข้ามถนนกับเพื่อนในซอยทองหล่อ ระหว่างนั้น รถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบก์พุ่งชนอย่างแรงแล้วหลบหนีไป โดยพลเมืองดีได้ช่วยกันนำส่งส่งโรงพยาบาล โดยเพื่อนของคิวถูกส่งไปยัง รพ.คามิลเลียน ส่วนตัวคิวถูกส่งไปยัง รพ.กรุงเทพ แพทย์ทำการผ่าตัดแล้ว ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว  

ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.ทองหล่อ เพื่อให้ช่วยติดตามผู้ที่ขับชนมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา ข่าวสด


Thursday, June 16, 2016

"กรรชัย"บริจาคสเต็มเซลล์"น้องมายู"ให้รักษา"จอย"พริตตี้ที่ป่วยโรคหนังแข็ง!

 

  กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชี่ยลในรอบปีที่ผ่านมา สำหรับเรื่องราวของอดีตพริตตี้สาวคุณ "จอย"สุภาภร ชุมทอง สาวสวยที่เคยโลดแล่นในวงการพริตตี้ มีรายได้ขั้นต่ำเดือนละหลายหมื่นบาท แต่ปัจจุบันเธอถูกคุกคามด้วยโรคหนังแข็ง ซึ่งเป็นโรคที่พบ 1 ใน 5 แสนคน ตลอดเวลาที่เธอเป็นโรคหนังแข็งและมีข่าวแพร่ออกไป มีคนใจดีคอยช่วยเหลือบริจาคเงินเข้ามาให้เธอพอเลี้ยงครอบครัวได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ค้นพบทางรักษาอย่างจริงจัง


   ล่าสุดวันที่ 16 มิ.ย. รายการ "ปากโป้ง" ทางช่อง 8 กดเลข 27 ที่มี "หนุ่ม"กรรชัย กำเนิดพลอย" และ"เข็ม"ลภัสรดา ช่วยเกื้อ ได้นำ "จอย"สุภาภร มาพูดคุยพร้อมกับนพ.สมนึก ศิริพานทอง" กรรมการสมาคมเซลล์บำบัดไทย ถึงอาการและทางรักษาว่ามีแนวทางช่วยเหลือเธอได้อย่างไร โดย "หนุ่ม กรรชัย" ถึงกับประกาศว่าถ้ารักษาด้วยวิธีการฉีดสเต็มเซลล์ได้ ก็จะบริจาคสเต็มเซลล์ของน้องมายูที่เจ้าตัวเก็บไว้ตั้งแต่เกิด เพื่อช่วยเหลือคุณจอยอีกด้วย


  "ในกรณีของน้องจอย จริง ๆ พี่ติดตามข่าวคุณจอยมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่มีข่าว ว่าน้องจอยเป็นโรคนี้ หนังแข็ง และมีโอกาสที่จะเสียชีวิต และเขาก็มีลูกสามคน ติดตามมาตลอด พี่ก็รอดูอยู่ว่าบางทีมันยังไม่ได้ถึงเวลาที่พี่จะต้องเข้าไปถาม เพราะคิดว่าอาจจะมีคนที่จะคอยเข้ามาช่วเยหลือน้องเขาหลายคน พี่ก็รอดูว่าเขาต้องการความช่วยเหลือด้านไหนบ้าง พี่เชื่อว่าเรื่องเงินทองผู้มีจิตกุศลก็ช่วยเหลือน้องเขามาพอสมควรแล้ว แต่ว่าแน่นอนเงินมันก็จะหมดไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันไม่ใช่เงินไง มันคือตัวเขาเองที่จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถึงไม่หายแต่ก็ต้องดีขึ้น จนตัวเขาเองสามารถมาทำมาหากินได้"


   "หนุ่ม กรรชัย"กล่าวว่า "เพราะทุกวันนี้ต่อให้เขาทำน้ำขึ้นมาขาย คนก็จะไม่ยอมทานของเขา เพราะคิดว่าเขาเป็นโรคติดต่อ ฉะนั้นปัญหาที่พี่มองแล้วมันไม่ได้อยู่ที่เงิน หลังจากที่เวลามันผ่านมาปีหนึ่ง พี่ก็คิดว่าเขาต้องได้รับการช่วยเหลือด้านการหลังรักษา ทีนี้ด้านการรักษาพี่ถามคุณหมอมาหลายคน เขาก็บอกว่าโรคนี้มันเป็นแล้วหายยาก ไม่หายหรอก ทีนี้พอมันไม่หายแล้วเราก็มามองดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป บางคนก็อาจจะไปหายาหม้อ หาพระ"

 "ส่วนผมมองว่ามันก็ยังมีเรื่องของวิทยาศาตร์อีกเรื่องคือเรื่องของสเต็มเซลล์ ก็เลยได้คุยกับทางอาจารย์สมนึกว่าเราจะไปหาสเต็มเซลล์ที่ไหน ซึ่งเซลล์ของเขาเองก็ไม่สามารถที่จะเอามารักษาตัวเองได้ รู้อย่างนี้พี่คิดว่าพี่มีเซลล์ของมายูที่เก็บเอาไว้ตอนที่เขาคลอดอยู่ พี่ก็เลยตัดสินใจว่าถ้ามันจะเป็นประโยชน์แก่เขา ทำให้ชีวิตเขาดูแลลูกเขาต่อไปได้เพราะพี่เองก็เป็นคนที่มีลูก

  "พี่เข้าใจหัวอกของเขา เพราะฉะนั้นสเต็มเซลล์ของมายูส่วนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าพี่บริจาคให้เขาดีกว่า เพราะเขาจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มากกว่า แล้วพี่เมย์ว่าอย่างไรบ้างหรือเปล่า เมย์ก็โอเค คุยกันแล้ว ปรึกษาแล้ว ก็บอกเขาแล้ว แล้วเดี๋ยวเราก็จะเรียกทางธนาคารสเต็มเซลล์มาทำเรื่องบริจาคโดยผ่านทางคุณหมอ"

 นอกจากนี้ "หนุ่ม กรรชัย" ยังกล่าวว่า ถ้าใครสนใจช่วยเหลือคุณจอยก็สามารถช่วยกันบริจาคเข้ามาได้ที่ ชื่อบัญชีนางสาวสุภาภร ชุมทอง เลขที่บัญชี 850-200091-0 บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา บิ๊กซี หาดใหญ่

ที่มา ข่าวสด


Wednesday, June 8, 2016

"กาละแมร์" ส่งทนายเตรียมแจ้งความ หลังโดนตัดต่อข้อความแชร์ว่อน

 

กลายเป็นประเด็นดราม่า เมื่อมีผู้แชร์ภาพพร้อมข้อความ โดยอ้างว่าเป็นคำพูดของ พิธีกรชื่อดัง "กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ" โดยภาพดังกล่าว เป็นภาพของกาละแมร์ พร้อมข้อความเขียนว่า "เลิกใส่เสื้อไปเดินห้างซะ หากหนังหน้าคุณไม่เหมือน เดวิค เบ็คแฮม เพราะมันน่าอายไร้รสนิยมมากเสื้อบอล ควรอยู่แค่ในสนาม" และระบุชื่อของกาละแมร์


โดยสาวกาละแมร์ ได้นำภาพดังกล่าวมาโพสต์ พร้อมระบุว่า "นี่คือข้อความตัดต่อจากหนังสือค่ะ และตอนนี้แมร์ได้มอบหมายให้ทนายไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ทำหน้านี้ขึ้นมาและคนเผยแพร่แล้วค่ะ"


 ทั้งนี้ พบว่า ข้อความดังกล่าวตัดมาจากบทความ ที่ กาละแมร์ เขียนไว้ เรื่อง "แนะ คุณผู้ชายขา...อย่าแต่ง" ซึ่งเป็นบทความที่พูดถึงเรื่อง สิ่งที่ผู้หญิงไม่ชอบเมื่อผู้ชายทำและเป็นการแนะนำวิธีแต่งตัวและทำบุคลิคภาพให้เป็นที่น่าสนใจ ซึ่งตอนหนึ่งได้เขียนไว้ว่า "เลิกใส่ชุดบอลไปเดินห้างได้ไหม นี่เป็นคำขอจากใจจากสาวๆ ทั่วประเทศ รู้นะว่าบูชาทีมฟุตบอลอย่างกับเป็นลัทธิ ปลื้มปริ่มกับนักเตะประหนึ่งเทพเจ้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องพลีร่างด้วยการใส่เครื่องแบบนั้นตลอดเวลา อย่างกับจะมีคนมาเช็กชื่อ ชุดบอลควรอยู่ในสนามบอล ไม่ใช่ห้าง ไม่ใช่ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร  ลำพังแค่ใส่เดินไปมาอยู่ในบ้าน ก็อยากจะเอาบอลทุ่มใส่ให้โหม่งอยู่แล้ว  อย่างเดียวที่จะยอมให้ใส่ไปมากับเราได้ ก็ต่อเมื่อหนังหน้าของคุณคล้าย เดวิด เบ๊กแฮม"

ขอบคุณภาพ เว็บไซต์ มติชนออนไลน์, IG kalamare

ที่มา ข่าวสด


Saturday, April 30, 2016

‘เสก โลโซ’ พบตร.กลางดึก หลังถูกหมายจับทำร้ายลูกน้อง‘กานต์’ ปฏิเสธพยายามฆ่า!

 

 เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่ สน.ลาดพร้าว นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ร็อกเกอร์คนดัง พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ผดุงศักดิ์ สุวรรณชัยรบ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายจับศาลอาญา รัชดาฯ ในข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและข่มขู่ 



 โดยนักร้องชื่อดัง มีสีหน้ายิ้มแย้ม เดินทักทายสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว ก่อนเข้าไปให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวน โดยใช้เวลากว่า 2 ชม.

 จากนั้น เสก โลโซ กล่าวว่า ตนขอชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนีการเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด แต่ช่วงนี้งานแสดงคอนเสิร์ตเข้ามามาก และหลังจากงานแสดงคอนเสิร์ต ที่ จ.สมุทรสาคร เสร็จสิ้น จึงรีบเดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประสานกับ พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว ไว้เรียบร้อยแล้ว


 นักร้องชื่อดังกล่าวอีกว่า สำหรับการให้ปากคำในครั้งนี้ มีบางส่วนทั้งเรื่องจริงและไม่จริง อันไหนที่ไม่จริง ตนก็ได้ขอปฏิเสธ ส่วนรายละเอียดในสำนวน ต้องขอไว้ก่อน ซึ่งส่วนตัว ตนมั่นใจไม่มีอะไรร้ายแรง สบายมาก เนื่องจากเป็นคดีทำร้ายร่างกายเท่านั้น ไม่ใช่คดีพยายามฆ่าแต่อย่างใด

  ด้าน พ.ต.ท.ผดุงศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำการสอบสวนนายเสกสรรค์ไปแล้วบางส่วน เบื้องต้นเจ้าตัวยังให้การภาคเสธ และยังต้องรอผู้ร่วมก่อเหตุอีกราย ซึ่งเป็นลูกน้องของนายเสกสรรค์ ให้เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาด้วย ทั้งนี้ทางทนายความได้ยื่นขอประกันตัวนายเสกสรรค์ในชั้นพนักงานสอบสวนด้วยหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 150,000 บาท

 อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะทำการนัดหมายให้เข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป

ที่มา ข่าวสด


สุดเศร้า!! ปิดตำนานลูกทุ่งดัง ‘แดง จิตกร’ ไหว้ทักทาย-สั่งเสียก่อนสิ้นลม เมียร่ำไห้ใจจะขาด

 

 “แดง  จิตกร” นักร้องลูกทุ่งชื่อดังเสียชีวิตแล้วอย่างสงที่บ้านอ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ หลังญาติได้นำตัวออกจาก รพ.มารักษาที่บ้านตามความต้องการของผู้ป่วยเพียงไม่กี่ชั่วโมง ภรรยาร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวและญาติ เผยนักร้องดังได้ต่อสู้กับโรคมะเร็งร้ายเกือบ 1 ปี


 วันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อเวลา 20.40 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา นายสมจิต เกตภูเขียว หรือ “แดง จิตกร” อายุ 46 ปี นักร้องเพลงลูกทุ่งอีสานชื่อดังขวัญใจมหาชน เจ้าของบทเพลง น้ำตาผ่าเหล้า , สักวาหน้าหนาว , มนต์รัก ตจว.  สังกัดค่ายท็อปไลน์ มิวสิก ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบที่บ้านเลขที่ 94 ม.7 บ้านทุ่งสว่าง ต.ตูมใหญ่  อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์


 ภายหลังญาติได้ทำเรื่องร้องขอทาง รพ.บุรีรัมย์ นำตัวกลับมารักษาที่บ้าน ตามความต้องการของผู้ป่วย ซึ่งเมื่อกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่และพยาบาลก็ได้ทำการติดตั้งเครื่องช่วยหายใจ พร้อมแนะนำวิธีดูแลผู้ป่วยให้กับภรรยา และญาติ ก่อนจะเดินทางกลับ รพ. เวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งช่วงแรกที่แดง จิตกร กลับถึงบ้านก็ยังรู้สึกตัวดี ทั้งยังยกมือไหว้ทักทายกับญาติ และเพื่อนบ้านที่มาเยี่ยมให้กำลังใจ แม้จะมีอาการทรุดหนักก็ตาม

 แต่ระหว่างที่นางอุไรวรรณ เกตภูเขียว ภรรยา ได้เดินทางไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านสวน ซึ่งอยู่ห่างกันกับบ้านที่แดงนอนรักษาตัว เพียงประมาณ 500 เมตร เพื่อมาไว้ให้สามีเปลี่ยน แต่ทันทีที่เดินกลับมาถึงญาติก็บอกว่าสามี ได้สิ้นใจแล้ว นางอุไรวรรณ ถึงกับร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจ เพราะไม่คาดคิดว่าสามีจะจากไปเร็วขนาดนี้ เพราะเพิ่งพากลับมาบ้านได้ไม่กี่ชั่วโมง จึงยังทำใจไม่ได้

 โดยแดง จิตกร ได้ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งโพรงจมูกและต่อมน้ำเหลืองมาตั้งแต่เดือน พ.ค.2558 ช่วงแรกได้ไปรักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯ กรุงเทพมหานคร  แต่เมื่อไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว จึงเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านและใช้วิธีรักษาแบบพื้นบ้านโดยการดื่มสมุนไพร ต่อมามีอาการเหนื่อยหอบจึงถูกส่งตัวเข้ารักษาที่ รพ.คูเมือง แต่อาการทรุดหนักจึงส่งไปรักษาต่อที่ รพ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 59

 จากนั้นก็เข้ารับการรักษาในห้อง ไอซียู หรือแผนกผู้ป่วยหนัก รพ.บุรีรัมย์ มานานกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนที่ญาติจะทำเรื่องร้องขอนำกลับมารักษาที่บ้านเมื่อเย็นวันที่ (30 เม.ย.) ตามความประสงค์ของคนไข้ ก่อนจะสิ้นใจในเวลา 20.40 น. ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวและญาติ ถือเป็นเวลาเกือบ 1 ปี เต็มที่นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ได้ต่อสู้กับโรคมะเร็งร้าย

 ด้านนางลัน เอกรักษา อายุ 44 ปี น้องสาว แดง จิตกร เล่าว่า ไม่คิดว่าพี่ชายจะจากไปเร็วขนาดนี้ ทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะภรรยาของพี่แดง จึงยังทำใจไม่ได้ แต่ก็ถือว่าพี่แดง ได้ไปสบายแล้วเพราะได้กลับมาบ้านตามความต้องการของพี่ชายแล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ได้ต่อสู้กับโรคร้ายมานานเกือบ 1 ปี โดยก่อนพี่ชายจะสิ้นใจ แม้จะไม่ได้สั่งเสียอะไร แต่ตนก็บอกพี่ชายว่าไม่ต้องมีห่วงอะไรหลับให้สบาย 

 ส่วนพิธีสวดอภิธรรม และฌาปนกิจศพนั้น ต้องรอปรึกษาหารือกันอีกครั้ง เพราะตอนนี้ทุกคนยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอยู่ แต่เบื้องต้นจะเคลื่อนย้ายศพไปตั้งไว้ที่ศาลาวัดบ้านทุ่งสว่างธรรมวารี ใกล้บ้าน

ที่มา ข่าวสด


Sunday, April 10, 2016

"ก้อง ห้วยไร่" อดีตพระเอกมิวสิคของ "แดง จิตกร" เผยพร้อมช่วยศิลปินรุ่นพี่ทุกอย่าง (คลิปเพลง)

 

วันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า นักร้องลูกทุ่ง ก้อง ห้วยไร่ เจ้าของเพลงดัง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ร่วมงานกับ แดง จิตกร ครั้งแรก ด้วยการเป็นพระเอกเอ็มวี เพลง สักวาหน้าบ่ขาว ในอัลบั้ม สุขสันต์วันคิดฮอต


 โดยก่อนหน้านี้เข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรก เพื่อนำเดโม ไปเสนอกับค่ายท็อปไลน์ฯ แล้วบังเอิญเจอกับ แดง จิตกร ซึ่งพอแดงเห็นหน้าก็บอกอยากได้ตนไปเล่นมิวสิควิดีโอ ซึ่งถือว่าทำให้ฝันตนเป็นจริง เผยพร้อมที่จะช่วยเหลือ แดง จิตกร ซึ่งเป็นศิลปินต้นแบบ ทุกอย่าง ถ้าไปแสดงคอนเสิร์ตใกล้ๆ ก็อยากไปเยี่ยม



ที่มา ข่าวสด


Saturday, April 9, 2016

ช็อก! ลูกทุ่งอีสานคนดัง"แดง จิตกร"ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ถ่ายคลิปร้องเพลงถึงแฟนๆ

 

 เมื่อวันที่ 9 เม.ย. เฟซบุ๊ค สัญญาลักษณ์ ดอนศรี ได้โพสต์คลิป "แดง จิตกร" ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ได้ถ่ายคลิปร้องเพลงดังในอดีต โดยระบุว่า "แดง จิตกร วอนแฟน เจ้าของเพลงดังมนต์รัก ตจว. ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เงินทองจากการร้องเพลงหมดสิ้นไปกับการรักษา วิงวอนแฟนเพลง ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการช่วยเหลือด่วนตามกำลังศรัทธาครับ นายสมจิต เกตุภูเขียว (แดง จิตกร) หมายเลขบัญชี 297-099-256-2 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบุรีรัมย์ ออมทรัพย์ โทร 086-2574878 คุณอุไรวรรณ ภรรยา


 อย่างไรก็ตาม วันเดียวกัน สวัสดิ์ สารคาม อาจารย์นักดนตรีชื่อดัง ผู้เป็นโปรดิวเซอร์ เคยร่วมงานเรียบเรียงดนตรีให้กับ แดง จิตกร ให้สัมภาษณ์ สยามดารา ว่า ขณะนี้นักร้องดังผู้เป็นต้นแบบความสำเร็จของเพลงลูกทุ่งอีสาน และเจ้าของตำนาน "ตีป่าล้อมเมือง" กำลังทรุดหนักเนื่องจากอาการป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกำเริบขึ้นมาอย่างหนัก บริเวณลำคอบวมเป่ง แต่ร่างกายซูบผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก หมองคล้ำจนไม่เหลือเค้าการเป็นนักร้องขวัญใจมหาชน

 สวัสดิ์ สารคาม กล่าวว่า หลังจากได้เห็นภาพล่าสุดของ แดง จิตกร แล้วรู้สึกตกใจมากเพราะร่างกายซูบผอมจนแทบจำไม่ได้ และเสียใจที่นักร้องชื่อดังต้องมาป่วยหนักเช่นนี้ โดยเบื้องต้นได้มีการปรึกษากับ เฉลิมพล มาลาคำ นักร้องชื่อดังเจ้าของฉายา "หมอลำอัจฉริยะ" เตรียมจัดคอนเสิร์ตหาเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ซึ่งคาดว่าน่าจะจัดขึ้นราวต้นเดือนพ.ค. นี้

 "ผมทราบว่าแดงป่วยหนักมาพักใหญ่แล้ว ได้ยินข่าวว่ารักษาตัวจนดีขึ้น จนล่าสุดเฉลิมพลมาคุยกับผมบอกว่าแดงกลับมาทรุดอีก เห็นรูปเขาล่าสุดก็ช็อกเลยตกใจซูบผอมไปมากจนจำแทบไม่ได้ เสียงแหบแห้งหมดแล้ว ก็เตรียมจัดคอนเสิร์ตระดมศิลปินช่วยเหลือ นักร้องและคนในวงการเห็นก็ตกใจ และเสียใจที่แดงต้องมาป่วยเป็นโรคร้ายแบบนี้ ไผ่ พงศธร ก็มาถามว่าบ้านแดงอยู่ที่ไหนจะเดินทางไปเยี่ยม และช่วยเหลือค่ารักษาตัว รวมถึงนักร้องหลายๆ คน คอนเสิร์ตคาดว่าน่าจะประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ไม่วันที่ 9-10 ผมเคยทำดนตรีให้เขาเหมือนกัน เสียใจกับเขาและครอบครัว และก็อยากฝากถึงศิลปินที่ยังมีงาน มีแรงทำงาน อย่ามุ่งแต่ทำงานอย่างเดียวจนปล่อยปะละเลยไม่ดูแลสุขภาพ และฝากให้อย่าใช้ชีวิตอย่างประมาณมองถึงอนาคตด้วยไม่ใช่ได้เงินได้ทองมาแล้วใช้อย่างมือเติบ บั้นปลายจะได้ไม่ลำบาก บ้านเราถึงจะโด่งดังแต่เวลาร่วงแล้วมีน้อยคนสนใจ เห็นแต่นักร้องดังรุ่นใหม่ ก็จะมีแต่คนที่รักและผูกพันกันเท่านั้นที่เป็นห่วงเป็นใย" สวัสดิ์ สารคามกล่าว



แดง จิตกร❤️วอนแฟนชื่อบัญชี นายสมจิต เกตุภูเขียว (แดง จิตกร) 297-099-256-2 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบุรีรัมย์ ออมทรัพย์ เจ้าของเพลงดังมนต์รัก ตจว.ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เงินทองจากการร้องเพลงหมดสิ้นไปกับการรักษา วิงวอนแฟนเพลง ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการช่วยเหลือด่วนตามกำลังศรัทธาครับ❤️โทร 086-2574878 คุณอุไรวรรณ ภรรยา
โพสต์โดย สัญญาลักษณ์ ดอนศรี บน 8 เมษายน 2016


ที่มา ข่าวสด


เปิดใจ"โบว์ - แวนดา" ยึดคติ "ปอ" ทำทุกวันให้มีค่า

 

 "แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 26 ของหนังสือพิมพ์ข่าวสดแล้ว ก็ขอให้ผลิตข่าวสารดีๆ ความบันเทิงต่างๆ ให้อยู่คู่กับคนไทยไปตลอดเลยค่ะ" เสียงอวยพรของ "โบว์"แวนดา สหวงษ์ ภรรยาสุดสวยของพระเอกผู้ล่วงลับ "ปอ-ทฤษฎี" เอ่ยขึ้น หลังปฏิบัติภารกิจร่วมกับลูกสาวแสนน่ารัก "มะลิ-ด.ญ.พาขวัญ" เสร็จสิ้นลง


จากนั้นโบว์ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มรู้จักสามี จนมีพยานรักที่ น่ารัก รวมถึงอนาคตที่วางไว้

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของ ปอ กับ โบว์ เป็นอย่างไร

โบว์ - "เราเป็นเพื่อนกัน คือเป็นเพื่อนของเพื่อน แต่ตอนนั้นเขานึกว่าเราเป็นพี่เขา เพราะเพื่อนโบว์เป็นรุ่นพี่เขา นึกว่าแก่กว่า ก็เรียกพี่โบว์มาตลอด น่าตีมั้ยล่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นต่างคนต่างมีแฟนก็ไม่อะไร หลังต่างคนต่างโสด เขาก็โทร.มาถามสารทุกข์สุกดิบปกติ แต่ด้วยเรารู้จักกันมาจะรู้ว่าปอจีบผู้หญิงไม่เป็น ก็สงสัยว่าทำไมโทร.บ่อย จนตอนหลังเขาบอกว่าชอบ"

"เขาไม่ใช่สายมุ้งมิ้ง ทำอะไรเหมือนเพื่อนกัน แต่ที่ทำให้โดนใจ คือโบว์ชอบผู้ชาย ที่รับผิดชอบ เป็นลูกผู้ชาย และเสียสละ สิ่งนึงที่เห็นได้คือเขาขยันทำงานมาก จริงๆ โบว์ไม่มีสเป๊ก สเป๊กอาจจะอยู่ด้วยแล้วเป็นตัวเอง ไม่ต้องคอยปรับตัวเวลาเจอกัน เอาความเป็นเราใส่ได้เต็มที่ พอเจอปอ เรารู้สึกไม่ต้องเก๊กสวย ทุกอย่างอิสระหมด"


นิสัยจริงๆ ของโบว์ ที่หลายคนไม่รู้

โบว์ - "จริงๆ เป็นคนนิ่ง ไม่ค่อยอะไรกับคำพูดคน แต่ความรู้สึกลึกๆ แอบไปคิด แต่จะคิดอยู่คนเดียว ไม่บอกคนอื่นให้รู้ว่าทุกข์ เวลาเจอใครพูดว่าด่าก็จะปล่อยไป นิ่ง พ่อโบว์จะสอนตลอดว่า ไม่ว่าจะเจออะไรให้เงียบและนิ่ง ถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่คนเขาพูดก็ไม่จำเป็นต้องตอบอะไร เดี๋ยวความเงียบจะหยุดทุกอย่างเอง"

จากความเป็นโบว์ จนตอนนี้มาเป็นแม่ นิสัยเปลี่ยนไปไหม

โบว์ - "(หัวเราะ) เสียสละหมดทุกอย่าง ได้เรียนรู้จากความเป็นแม่เยอะ แต่ก่อนอยากได้อะไรจะนึกถึงตัวเราก่อน แต่พอเป็นแม่ ต้องนึกถึงลูกก่อน หาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกก่อน"

แต่รู้สึกโบว์ดูเป็นคุณแม่ที่ดุเหมือนกัน

โบว์ - "คือไม่ได้ตามใจมะลิมากกว่า ตั้งแต่เขาเริ่มรู้เรื่อง เพราะต้องมีใครคนนึงคอยหยุด ถ้าพ่อตามใจ แม่ตามใจอีก ลูกก็ไปเลย ซึ่งเราเรียนรู้แล้วว่าพี่ปอเป็นคนใจไม่แข็งพอในการดุลูก งั้นเราเองแล้วกัน สังเกตลูกผู้หญิงจะไปอ้อนพ่อ ลูกผู้ชายจะอ้อนแม่ ฉะนั้นขอเป็น คนที่แข็งเองแล้วกัน"

ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้ว น้องมะลิไปอ้อนใครแทน

โบว์ - "แต่ก่อนเวลาโบว์ดุ เขาจะวิ่งไปหาพี่ปอ แต่ตอนนี้พอโบว์ดุปุ๊บเขาจะนิ่งและมองหน้า เสร็จแล้วค่อยๆ ยิ้มใส่และเดินมากอดเรา ไม่รู้ว่าเป็นสัญชาตญาณปรับตัวเองหรือเปล่า เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน (ยิ้ม)"

วิธีการเลี้ยงลูกของโบว์เป็นยังไง

โบว์ - "ปล่อยค่ะ อยากจะเลี้ยงตามที่พี่ปออยากให้ลูกเป็น พี่ปอคอยสอนเสมอว่าเราให้ชีวิตลูกได้แต่เราบังคับชีวิตเขาไม่ได้ อะไรที่ลูกอยากทำ ให้เขาทำ แต่ถ้าเขาทำอะไรที่ไม่ดีเราต้องคอยเตือน พี่ปอจะพูดกับโบว์เรื่อยๆ อย่าบังคับลูกนะ เรียนไม่เก่งไม่เป็นไร แต่ช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องเอา ตัวรอดได้ ถ้าไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร เรียนรู้ที่จะอยู่กับคนอื่นและสังคมได้ ก็ปล่อยเขาที่ห่วง มากที่สุดคือสุขภาพจิต ของมะลิ ทำอะไรก็ได้ที่ให้เขารู้สึกร่าเริง สดใส ให้เขามีความสุขกับชีวิต"

ระหว่างเลี้ยงลูกผู้ชายคือ "น้องออโต้" กับลูกสาว "น้องมะลิ" ต่างกันไหม

โบว์ - "ความรักไม่ต่างกัน แต่ต่างกันที่อารมณ์ของเด็ก อย่างผู้ชายจะแมนๆ ห้าวๆ และสิ่งที่เหมือนกันคือเราเลี้ยงแบบปล่อย อยากทำอะไรทำ เวลามีอะไรให้มาปรึกษาแม่ จะพยายามเหมือนเพื่อนเขามากกว่าเป็นแม่เขา เราสนิทกันแล้วคุยทุกเรื่อง ออโต้ก็คุยกับเราทุกเรื่อง ซึ่งออโต้ก็รับรู้มาตลอดทุกเรื่อง เราใช้ชีวิตแบบนี้กันมานานแล้ว พอปิดเทอมก็มาหาพี่ปอ เขาก็เรียกพ่อปอ มะลิกับออโต้เล่นกันทุกคืน ช่วงนี้ปิดเทอมเขาก็นอนด้วยกัน แต่ปกติเขาจะไปอยู่หัวหินเพราะที่หัวหินมีหลานอีก 2 คน ซึ่งอายุเท่าออโต้ น้องเลยสนุกที่อยู่ตรงนั้น และเขาบอกจะดูตากับยายให้แม่ด้วยเพราะแก่แล้ว"

นิสัยมะลิตอนนี้เป็นอย่างไร

โบว์ - "ห้าวๆ เหมือนพี่ปอเลย จะรักอิสระ อยากทำอะไรทำ แล้วไม่ชอบให้ใครมาคอยบอกอย่าๆ อยากเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างเวลาเล่นของเล่น จะรื้อบ้านหรืออะไร เราให้รื้อเต็มที่ แต่พอถึงเวลาเก็บต้องเก็บ ถ้าไม่เก็บเราก็จะบอกให้เก็บอยู่อย่างนั้น รื้อได้ต้องเก็บได้ แอบสายโหด (หัวเราะ) จะมาให้เรานั่งเก็บตลอดไปไม่ได้ น้องอาจจะเก็บไม่หมด แต่เราอยากให้เขาเรียนรู้ว่าต้องเก็บ"

"น้องมะลิเป็นเด็กที่เลี้ยงไม่ยาก ซนตามประสา แต่ไม่ดื้อ อย่างแพมเพอร์สถอดแล้ว โบว์ม้วนแล้วต้องให้เขาไปทิ้งเอง ใช้เองก็ต้องทิ้งเอง เขาก็จะรู้เรื่อง เดินเอาไปทิ้งที่ถังขยะ แต่เราก็ต้องให้กำลังใจเขานะ พอสอนแล้ว เขาทำได้ก็บอกเก่งมาก และปรบมือ เพื่อให้รู้ว่าทำดีแล้วได้คำชม (ยิ้ม) เวลาน้องอยู่บ้านจะห้าวๆ ปีนป่ายเล่นเหมือนเด็กผู้ชาย เพราะแถวบ้านส่วนใหญ่มีแต่เด็กผู้ชาย ก็จะโตมากับเด็กผู้ชาย พี่ปอยังลุ้นอยากให้เป็นทอมเลย (หัวเราะ) เราบอกจะบ้าเหรอ คือที่เขาอยากให้ลูกเป็นทอมเพราะเขาหวง ดีจะได้ไม่ต้องมีใครมาจีบ แต่ล่าสุดไปงานช่อง 3 เวลาเขาเห็นพี่พลอย (เฌอมาลย์) พี่วิกกี้ (สุนิสา) พี่แพท (ณปภา) โพสท่า เขาจะมองและมาโพสตาม"

แบบนี้อยากผลักดันน้องเข้าวงการไหม

โบว์ - "แล้วแต่เขาค่ะ ไม่บังคับ ส่วนว่าเขามีแววมั้ย ยังมองไม่ออก แต่เริ่มรู้งาน เริ่มมีจับกระเช้า (หัวเราะ) บางทีเขาจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เราตลอด ทุกครั้งที่ออกงาน เขาก็จะได้เรียนรู้ พัฒนาการไปเรื่อยๆ ก่อนออกงานไม่มีการบอกหรือเตี๊ยมกัน ถึงเวลาไปเลย อยากทำอะไรเต็มที่ เดี๋ยวแม่แก้ไขเอง (หัวเราะ) เราก็จะลุ้นทุกงาน"

เล่าวีรกรรมความน่ารักของพ่อลูกที่หลายคนไม่รู้ให้ฟังหน่อย

โบว์ - "เคยไปสวนผึ้งกัน กำลังจะไปซื้อของ โบว์ก็บอกพี่ปอว่าให้ดูลูกแป๊บนึง แต่ตรงนั้นทางมันลาด เราเลยบอกอย่าให้ลูกออกห่างเลยนะ เขาก็บอกได้ๆ แต่ปรากฏหันมาอีกทีมะลิเลือดออกปาก (หัวเราะ) แล้วหน้าพี่ปอตอนนั้นคือคงนึกว่าอย่าด่านะๆ แต่ไม่ทัน โบว์พุ่งเลย บอกทำไมไม่ดูลูก หน้าเขาตกใจมาก ไม่เคยเห็น พี่ปอหน้าซีดขนาดนี้ เขากลัวลูกเจ็บ กลัวภรรยาจะด่าก็ด้วย (หัวเราะ) ปรากฏโดนหมด"

ไม่ได้ดุแค่ลูก แต่ดุสามีด้วย

โบว์ - "บางอารมณ์ๆ คือถ้าเขาผิดจริงเราก็เต็มที่ในการดุได้ แต่มุมสวีตๆ ก็มี อย่างวันเกิดเราทุกปีพี่ปอจะไม่มีอะไรให้หรอก แต่มีปีนึงต่างก็ไม่พูดถึงวันเกิดโบว์เลย ทำตัวปกติ แต่วันนั้นพี่ปอบอกว่าเดี๋ยวพาไปกินข้าวก็ได้ ทำแบบรำคาญ ก็ขับรถออกไปถึงสุวรรณภูมิ เราก็บอกทำไมมากินไกล เสร็จเขาก็พาไปเช็กอิน เราก็งงว่าไปไหน พี่ปอบอกว่าพาไปกินข้าวที่เกาะสมุย คือเขาไม่มีเวลา แต่เขาว่างวันนั้นวันเดียว เช้าไปเย็นกลับ และพรุ่งนี้ไปถ่ายงานต่างจังหวัด เรายังแซวเลยว่ามีโมเมนต์นี้ด้วย"

คิดถึงไหม

โบว์ - "มาก ทุกวินาที แต่ด้วยความคิดถึง คือพี่ปอจากไปแบบไม่ได้ให้เราโศกเศร้ามาก ความภาคภูมิใจที่เขาทิ้งไว้ให้ ทุกกำลังใจจากทั่วประเทศ ต่างประเทศ ส่งมาให้ แม้กระทั่งงานศพงานเผาที่เราได้เห็น เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวสหวงษ์ รวมถึงของโบว์ด้วยที่ครั้งนึงเราเจอเขา ครั้งนึงเราได้เป็นคู่กัน แม้ระยะเวลามันจะสั้น แต่มันก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตโบว์แล้ว"

อะไรที่ทำให้รู้สึกว่าต้องเข้มแข็ง

โบว์ - "ด้วยความจริงจากคุณหมอว่าจะเกิดอะไรขึ้น โบว์รอปาฏิหาริย์ทุกวัน และเชื่อว่าทุกวันที่เขาแข็งแรงอยู่ได้ เขาอยากให้โบว์กับมะลิแข็งแรงและอยู่ได้ เป็นความรู้สึกเราที่มีกับพี่ปอ เราสัมผัสได้ เราเจอพี่ปอตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย อยู่ด้วยกันมาประมาณ 5 ปีได้ แต่ก่อนหน้านี้ก็เจอกันบ่อยๆ ได้เห็นเขาแม้กระทั่งเขาพูดไม่ได้ แค่มองตาเรา มีแต่เราที่พูดให้เขาฟังอย่างเดียว"

ทุกวันนี้ยังพึ่งยานอนหลับไหม

โบว์ - "บ้าง หลับๆ ตื่นๆ แต่พยายามลดแล้ว เป็นวันเว้นวัน แต่เป็นยาคลายเครียดแทน ไม่งั้นไม่ไหว จะตื่นทุกชั่วโมง ไหนจะนอนกับน้องด้วย นี่ม่านตาอักเสบแล้วเพราะนอนน้อย ไมเกรน องค์ประกอบอื่นๆ แย่เลย แต่น้องแข็งแรงมาก ไม่มีอะไรเลย"

เสียดายไหมที่เปิดตัวครอบครัวช้า

โบว์ - "ที่ผ่านมาไม่เสียดายอะไรเลย ถึงจะเปิดหรือไม่เปิด ความรักระหว่างโบว์ พี่ปอ น้องมะลิ น้องออโต้ เราอยู่ด้วยกันทุกวัน มีความสุขทุกวัน ถามว่ามีคนรับรู้เรื่องเราไหม คือช่วงหลังพี่ปอบอกคนหมดเลยว่ามีลูกแล้ว"

ถ้าย้อนไปได้ อยากเปลี่ยนแปลงอะไร

โบว์ - "จริงๆ โบว์กับพี่ปอ ก็เต็มที่กับทุกวันที่เราอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ถ้าย้อนได้คงไม่อยากให้เขาป่วย อยากให้อยู่ด้วยกันต่อไป เพราะเคยสัญญากันไว้แล้วว่าเวลาเขาทำงาน เงินทุกบาทจะเก็บไว้ที่โบว์ เขาจะทำงานให้เต็มที่ พอแก่ตัวเราจะไปเที่ยวกัน คือพอมะลิโตเป็นสาว เขาแต่งงานก็มีชีวิตของเขา ที่เหลืออยู่ก็คือโบว์กับพี่ปอ เลยเก็บส่วนนึงให้ลูก ส่วนนึงให้เรา แล้วใช้ชีวิตให้เต็มที่ไปเลย"

โบว์พักงานหน้าจอการเป็นผู้ประกาศไปนานแค่ไหนแล้ว

โบว์ - "นานหลายปีแล้วค่ะ ตอนแรกพอคลอดน้องก็ยังไปทำงานอยู่ จริงๆ หน้าที่หลักของโบว์ไม่ใช่ผู้ประกาศข่าว แต่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ อยู่ประชาสัมพันธ์การกีฬาแห่งประเทศไทย แต่การกีฬาแห่งประเทศไทยไปเปิดช่องกีฬา แล้วทางผู้ว่าฯ มีนโยบายจะให้คนใน กกท. อ่านข่าวเอง เราก็ไปสอบและไปอ่าน ก็คิดถึงนะกับงานอ่านข่าว แต่ด้วยเวลาไม่ได้แล้ว แต่ก่อนตื่นตี 4-5 กลับบ้านก็ 4 ทุ่ม คงไม่ได้แล้วเพราะต้องใช้เวลากับมะลิ"

ตอนนี้เลยต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียว

โบว์ - "พี่ปอบอกว่า โอกาสคนเรามี ไม่เหมือนกัน เมื่อโอกาสมันมา ก็รับและทำให้เต็มที่ วันนี้มีโอกาส วันข้างหน้าจะมีหรือไม่มีก็ไม่รู้ ถ้าวันนี้ใครหยิบยื่นโอกาสให้เรา เราก็ทำซะ ชีวิตเราจะมีค่าก็ต่อเมื่อเราได้ทำงาน หรือได้ทำอะไรที่มีประโยชน์กับชีวิต คือจะมีดราม่าอะไรต่างๆ นานา แต่เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่"

คิดว่าตัวเองรับงานเยอะไปไหม

โบว์ - "ไม่ค่ะ แต่เราจะบอกกับอาน้ำอ้อยว่าอันไหนน้องเหนื่อย แบบไหนบ้าง อย่างนี้ไม่เอานะ น้องไม่ชอบ ไม่สนุก เราก็ตัดไม่เอาประเภทนั้น คือเหมือนพาเขาออกมาเที่ยว ปกติเราจะไปกับมะลิสองคน พาไปเล่นบ้านบอล สวนน้ำ คนไม่รู้จักเรา เราก็เล่นได้เต็มที่ แต่ตอนนี้ไปก็ต้องระวังเป็นสองเท่า แต่ยังไม่มีเข้ามาแบบไม่ดีนะ ทุกคนที่เข้ามาก็อยากเจอน้อง อยากจับน้อง อยู่ๆ ก็หอมแก้ม เราก็ต้องบอกขอโทษนะคะ แม่โบว์ไม่ได้อะไร แต่น้องเป็นคนผิวแพ้ ถ้าคุณหอมคนนึงแล้วอีก 10 คน 20 คนมาหอมตาม น้องคงไม่ไหว ต้องขอตรงนี้ ถ่ายรูปได้ ทักทายน้อง บางทีเราจะบอกก็ทำใจลำบาก เพราะทุกคนมาด้วยความรัก บางทีถ้าคนไม่รู้จักแล้วไปแตะ ไปยึดหรือไปโอบเขา เขาจะไม่เอา คือถ่ายรูปได้ แต่บางทีไปดึงน้อง ก็เหมือนหอมน้อง ถ้ามีคนดึงน้องสัก 20 คนที่มาเจอน้องก็ไม่ไหว"

ช่วงนี้ดราม่าหนัก

โบว์ - "เป็นกันทุกคนอยู่แล้ว แต่เราเลือกได้ว่าเราจะอยู่ในแง่บวกหรือลบ ทุกวันนี้เรายังไม่เต็มร้อย ก็เลี่ยงที่เป็นแง่ลบไป แต่คำติชมโบว์รับฟังนะ แต่คำด่าไม่รับฟัง ใครที่ติงมาหรือแนะนำ โบว์อ่านและเอามาปรับ แต่ คำด่าโบว์ไม่อ่าน อยากด่าก็ด่าเพราะความรู้สึกคนเราไม่เหมือนกัน เขาอาจจะยังไม่เคยสูญเสีย ก็พูดได้ แต่ถ้าเขายืนอยู่ในจุดที่เขาสูญเสีย ณ เวลานั้นโบว์ก็อยากรู้ว่าเขาจะพูดต่อไหม"

เรียกว่าเตรียมใจไว้แล้ว

โบว์ - "โบว์โดนตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกับพี่ปอเลย โดนหนักกว่านี้อีกนะ แต่ผ่านมาได้เพราะพี่ปอสอนว่าให้นิ่ง อยู่เฉยๆ ไม่จำเป็นต้องตอบโต้กับคนที่เรามองไม่เห็น คือประสบการณ์เขาเยอะ แบบมีช่วงนึงที่โบว์ก็ไม่ไหว มาด่าแรงๆ คำหยาบๆ คือเขาไม่รู้ว่าเราเจออะไรมาบ้าง แล้วสิ่งที่เสียใจที่สุดคือผู้หญิงด่าผู้หญิงกันเอง ด้วยความเป็นเพศเดียวกัน เพศแม่เหมือนกัน แล้วมาด่าโดยที่ไม่รู้จักกันเลย"

หนาหูมากเรื่องค่าตัวโบว์กับน้องมะลิ สูงถึง 180,000 บาท

โบว์ - "เยอะเนอะ อยากได้เท่านั้นเหมือนกัน คือเราได้ไม่เยอะขนาดนั้น ธรรมดาๆ อย่าไปซีเรียสเรื่องค่าตัวเยอะ และบอกตรงนี้เลยอีเวนต์ทุกงาน ค่าขนมที่ได้มาเราเก็บให้มะลิหมด จะมีบัญชีเด็กหญิงพาขวัญ สหวงษ์ อยู่ค่ะ แล้วโบว์เชื่อว่าทุกงานผู้ใหญ่แต่ละท่านอยากจะช่วยเรื่องการศึกษาน้อง ถึงบอกว่าเราไม่ได้เน้นเรื่องค่าตัว"

ออโต้มีน้อยใจไหม ไม่พาออกงานบ้าง

โบว์ - "ไม่มี ไม่ใช่ตอบแทนลูกนะ เพราะกลับบ้านไปทุกอย่างปกติ น้องเองก็ไม่ได้อยากจะมาตรงนี้ เขาเข้าใจหมด ให้กำลังใจแม่ทุกวัน เขาโตพอที่จะดูแลในส่วนของกำลังใจได้เยอะทีเดียว ไม่ทำให้เรารู้สึกว่าเราทำไม่ดี หรือไม่มีเวลาให้เขา ไม่มีเลย"

มองวงการบันเทิงไว้ยังไงเพราะตอนนี้ก้าวเข้ามาแล้ว

โบว์ - "ก้าว แต่ยังไม่เต็มตัว แค่ก้าวมาข้างนึงก่อน อีกข้างคงยังอยู่ที่จุดเราอยู่ ส่วนอนาคตเราคงมองเรื่องตัวมะลิเป็นหลัก นิสัยใจคอ และการเรียนของน้องเป็นหลัก ส่วนของโบว์เรื่อยๆ ยังไม่ได้วางว่าจะอะไร ทำในสิ่งที่เรามองเห็น อนาคตที่เราเห็น ก็จะเต็มที่ที่สุด"

แล้วถ้ามีหนุ่มๆ เข้ามาจีบโบว์ล่ะ

โบว์ - "เอาจริงๆ โบว์เป็นคนรักใครยาก และพี่ปอกว่าเราจะรักก็ใช้เวลานาน ช่วงระหว่างที่ไม่มีพี่ปอก็ไม่เคยมีใคร เพราะเราเป็นคนไม่อยากไปเจออะไรใหม่ๆ แล้วต้องปรับตัวใหม่ ขออยู่กับตัวเองดีกว่า ขี้เกียจต้องมานั่งคอยศึกษาคนนี้คนนั้น และที่ยากไปหลังจากนี้คือ ยากตรงที่ว่าจะเจอใครดีเท่าพี่ปอหรือเปล่า ถ้าไม่ดีเท่าพี่ปอโบว์ก็คงอยู่ไม่ได้ และตอนนี้ก็ยังไม่คิดค่ะ อยู่กับลูกมีความสุขแล้ว ทำทุกวันให้มีความสุข พี่ปอสอนเราว่าทุกวันมีค่า จริงๆ แต่ก่อนเรื่อยเปื่อยอยู่กับลูกก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องวางแผนอะไร แต่ทุกวันนี้เราต้องทำอะไรให้มีค่ากับชีวิตเรามากที่สุด อะไรก็ได้ที่ให้คนรักมีความสุขที่สุด เพราะเราไม่รู้จะตายวันไหน ทุกวันนี้ที่ทำก็เพื่อน้อง"

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจในการก้าวเดินของแม่โบว์และน้องมะลิจ้า

ที่มา ข่าวสด


Saturday, April 2, 2016

“อั้ม พัชราภา” ส่งทนายให้ปากคำตำรวจเพิ่ม กรณีถูกขู่ฆ่า

 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 เมษายน ที่สน.พหลโยธิน น.ส.มนกันต์  มุสิก อายุ 44 ปี ทนายความของน.ส.พัชราภาหรืออั้ม ไชยเชื้อ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พงส. สน.พหลโยธิน เกี่ยวกับกรณีที่ดาราสาวถูกขู่ฆ่า และแสดงความคิดเห็นดูหมิ่น เกลียดชัง โดยน.ส.มนกันต์ กล่าวว่าวันนี้ได้นำหลักฐานซึ่งเป็นข้อความในไอจีมายื่นต่อพนักงานสอบสวน


 เบื้องต้นทราบว่ามี บุคคลใช้อินสตาแกรม ทั้งสิ้น 5 ชื่อได้แก่ ml_feamle_pumpa, aum_patchapa33, aum_patchrapatans00, ghost_she_blood, Toey_4512 ในการโพสต์ข้อความดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่น่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกันทั้งหมด ซึ่งภายหลังจากที่ได้แจ้งความไว้ตั้งแต่ 28 มีนาคม พงส.ได้ส่งหนังสือไปยังกระทรวงไอซีที เพื่อขอตรวจสอบอินสตาแกรมทั้ง 5 บัญชีแล้ว ทั้งนี้ยังพบอีกว่าภายหลังจากที่แจ้งความ มีบางอินสตาแกรมได้ปิดตัวเองลงไปแล้ว

“สำหรับอั้มเอง ได้กำชับตนเองให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้เต็มที่ อยากให้จับตัวผู้ที่โพสต์มาดำเนินคดีให้ได้ เพื่อที่จะได้ให้คดีดังกล่าวเป็นคดีตัวอย่าง สำหรับคนที่ชอบโพสต์ต่อว่าคนอื่นด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ดูถูกและเกลียดชัง โดยส่วนตัวดาราสาวมีกำลังใจดีมาก แม้ว่าจะมีคนขู่ปองร้ายในอินสตาแกรมก็ตาม” ทนายความกล่าว

ที่มา ข่าวสด


Saturday, March 26, 2016

‘โบว์’อุ้ม‘มะลิ’ร่วมขบวนพาเหรด-วันเกิดช่อง3 รำลึก‘ปอ’-แฟนคลับถึงหลั่งน้ำตา(คลิป)

 

 เวลา 15.30 น. วันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานมหกรรมความบันเทิงครบรอบ 46 ปี ไทยทีวีสีช่อง3 “ภารกิจรัก Love Mission” มีการรำลึกถึง ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ พระเอกหนุ่มผู้ล่วงลับ   โดยมีการรวมตัว นางเอก ที่เคยร่วมงานกับ ปอ ทฤษฎี ได้แก่ พลอย-เฌอมาลย์ , แพท-ณปภา , จ๊ะ-จิตตาภา , วิกกี้-สุนิสา , น้ำฝน-พัชรินทร์ , พริม-พริมา , เมญ่า-นนธวรรณ ขึ้นขบวนรถร่วมในขบวนพาเหรดดารา 

 โดย มีโบว์-แวนดา ภรรยา ปอ ทฤษฎี ที่มาพร้อมน้องมะลิ ร่วมขึ้นรถอยู่ในขบวนด้วย โดยโบว์-แวนดา ที่นั่งอยู่บนรถ โดยมีน้องมะลินั่งตักอยู่ ก็ถึงกับปาดน้ำตารำลึกถึงสามี


 ทั้งนี้ ภายในงาน มีการนำคลิปภาพ ปอ ทฤษฎี ขณะมาร่วมงานฟุตบอล ไทยทีวีสีช่อง 3 ทำเอาแฟนคลับของ ปอ ทฤษฎี บนอัฒจรรย์ ถึงกับร้องไห้โฮออกมาด้วยความคิดถึงพระเอกหนุ่ม



ที่มา ข่าวสด

Sunday, March 13, 2016

ภาพสุดอบอุ่น!! แม่โบว์กอด‘น้องออโต้’ - พี่ชายที่แสนดีขอดูแล‘มะลิ’แทนพ่อปอเอง

 

 เรียกได้ว่า เป็นครั้งแรกที่แฟนคลับ ได้เห็นภาพ น้องออโต้ ลูกชายคนโตของแม่โบว์ แวนดา ผ่านสื่อ โดยน้องออโต้ โพสต์ภาพผ่านโลกโซเชียลล่าสุด


 เป็นภาพน่ารักอบอุ่น คู่กับ แม่โบว์ เมื่อวานที่ผ่านมา ขณะไปกินไอติมด้วยกัน พร้อมข้อความสุดซึ้งถึงแม่โบว์ว่า “ขอบคุณที่รักและดูแลผมครับแม่ รักแม่นะครับ"


 นอกจากนั้น น้องออโต้ ยังเป็นสุภาพบุรุษ และรักน้องมะลิมากๆ ด้วย โดยเมื่อช่วงหลัง ปอ ทฤษฎี เสียชีวิต เพียงวันเดียว หนุ่มน้อยสุดหล่อ พี่ชายที่แสนดี ซึ่งอยู่ในวัยชั้นประถมฯ ก็ได้โพสต์ ภาพน้องมะลิ พร้อมข้อความสุดซึ้งถึงทั้งพ่อปอ และ น้องมะลิด้วยว่า


 “มะลิพี่โต้จะดูเเลมะลิเเทนพ่อปอเอง พ่อปอไม่ต้องห่วงนะครับ พี่โต้สัญญา”

ที่มา ข่าวสด


Tuesday, March 1, 2016

สิ้น 'แม่ศรีนวล สมบัติเจริญ' ไตวายคร่าในวัย 80 ปี ตั้งศพวัดมกุฏฯ ที่เดียวกับ 'สุรพล'

 

‘ศรีนวล สมบัติเจริญ’ ภรรยาราชาเพลงลูกทุ่ง ‘สุรพล สมบัติเจริญ’ เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี ที่ รพ.บางไผ่ จากอาการไตวาย ที่ป่วยรักษาตัวมานานหลายปี ลูกๆ กำหนดนำศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดมกุฏฯ ที่เดียวกับ ‘สุรพล’ สามี...


วันที่ 1 มี.ค. 59 มีรายงานว่า นางศรีนวล สมบัติเจริญ วัย 80 ปี ภรรยาของราชาเพลงลูกทุ่ง 'สุรพล สมบัติเจริญ' ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการไตวาย ที่ รพ.บางไผ่ เขตภาษีเจริญ เมื่อช่วงเช้าเวลา 06.00 น. ซึ่งทาง สุรชัย สมบัติเจริญ บุตรชายและญาติ กำหนดเคลื่อนศพออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 3 มี.ค. 59 เนื่องจากต้องรอบุตรสาว เดินทางกลับมาจากประเทศเยอรมนี


สำหรับ นางศรีนวล สมบัติเจริญ ในวัย 80 ปี ได้ป่วยด้วยโรคไตวายมาหลายปี ต้องไปฟอกไตสัปดาห์ละ 2 วัน ล่าสุดถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการปอดบวม ไตวายเฉียบพลัน และมีอาการติดเชื้อ ก่อนจะเสียชีวิต

ส่วนงานสวดอภิธรรม ญาติแจ้งว่า จะมีขึ้นที่วัดมกุฏกษัตริยาราม กำหนดรดน้ำศพในเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มี.ค. โดยจะสวดประมาณ 9 วัน คาดว่าจะมีแฟนเพลงมาร่วมงานจำนวนมาก เหตุที่นำศพนางศรีนวลไปตั้งที่วัดมกุฏกษัตริยาราม เพราะว่าวัดนี้เคยใช้เป็นที่ฌาปนกิจศพ "สุรพล สมบัติเจริญ" สามี เมื่อ 48 ปีก่อน ญาติจึงอยากให้เอาไว้ที่เดียวกัน

ทั้งนี้ "ศรีนวล สมบัติเจริญ" เป็นภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของราชาเพลงลูกทุ่ง สุรพล สมบัติเจริญ มีบุตร-ธิดา ด้วยกัน 5 คน (สมพงษ์, สุรชัย, ศิรินทิพย์, สุรชาติ, สุรเดช) ภายหลังสุรพล ถูกยิงเสียชีวิตที่วัดหนองปลาไหล จ.นครปฐม เมื่อปี 2511 ‘ศรีนวล’ ได้รับภาระทำวงดนตรีต่อมาอีกระยะหนึ่ง มีผลงานเพลงลูกทุ่งของตัวเอง เป็นที่รู้จักหลายเพลงเช่นกัน.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์


Sunday, January 24, 2016

‘อาน้ำอ้อย’ เผยนำอัฐิ ‘ปอ ทฤษฎี’ ทำล็อกเก็ตห้อยคอ ‘น้องมะลิ’ ลอยอังคารกลางทะเลอ่าวไทย


 เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 24 ม.ค. ที่วัดกลางพระอารามหลวง อาน้ำอ้อย-ศรมนตรา ผู้จัดการส่วนตัวของ ปอ-ทฤษฎี กล่าวว่า สำหรับการเก็บอัฐิของปอจะทำในวันจันทร์ที่ 25 ม.ค. เวลา 06.00 น. โดยจะมีเฉพาะคนในครอบครัวและญาติพี่น้อง นอกจากนั้น ครอบครัวตกลงกันแล้วว่าจะแบ่งอัฐิเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรกไว้ที่บ้านจ.บุรีรัมย์ ส่วนที่สองไว้ที่บ้านที่กรุงเทพฯ และส่วนสุดท้ายไว้ที่วัด


 สำหรับที่จะนำอัฐิมาทำเป็นล็อกเก็ตให้น้องมะลินั้น ขณะนี้กำลังคุยกันอยู่ว่าจะทำรูปแบบไหน ส่วนเรื่องลอยอังคาร ณ ตอนนี้น่าจะเป็นวันพุธที่ 27 ม.ค. โดยจะไปลอยที่ทะเลอ่าวไทย อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตอนนี้กำลังคุยเรื่องเรืออยู่ เพราะเวลากับสถานที่ได้เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรือต้องดูว่าจะบรรจุคนได้มากน้อยแค่ไหน

 “วันนี้รู้สึกปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อครอบครัวสหวงษ์อย่างสูงสุด แล้วก็ปลื้มใจที่เห็นประชาชนมาร่วมส่งปอกันเยอะมากๆ ต้องกราบขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน ถือว่าปอมีบุญ และหลังจากนี้ก็คงไปอยู่ในที่สบาย ส่วนเรื่องจะให้น้องชายของปอเข้ามาในวงการหลังจากนี้มั้ย ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ อามีปอคนเดียว ทุกครั้งที่พูดถึงปอ อายังคิดถึงเขาทุกครั้ง” อาน้ำกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

ที่มา ข่าวสด


‘โบว์’ ยืนร่ำไห้น้ำตาคลอ ขณะพิธีกรอ่านคำสดุดี ‘ปอ ทฤษฎี’


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล มีรายนาม ดังนี้ รศ.มาลิณี จุโฑปะมา อธิการบดี มรภ.บุรีรัมย์ นายวิทยา จันทร์ฉลอง รองผวจ.บุรีรัมย์
พล.ต.เดชอุดม นิชรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ดร.เสกสรร ธีรวาณิชย์ ประธานผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดบุรีรัมย์ รศ.โกวิทย์ เชื่อมกลาง อดีตอธิการบดี มรภ.บุรีรัมย์ ผศ.ดร.ปราโมทย์ เบญจกาญจน์ อดีตอธิการบดี มรภ.บุรีรัมย์ ผศ.ดร.เฉลย ภูมิพันธ์ อดีตอธิการบดี มรภ.ร้อยเอ็ด รศ.ดร.อินทร์ ศรีคุณ อดีตอธิการบดี มรภ.จันทรเกษม รศ.สุวรรณี ศรีคุณ อดีตอธิการบดี มรภ.จันทรเกษม ผศ.สงวน สหวงษ์ บิดาผู้วายชนม์ นางพิศมัย สหวงษ์ มารดาผู้วายชนม์ แวนดา สหวงษ์ ภรรยาผู้วายชนม์


 รายชื่อผู้ขึ้นถวายผ้าไตรบังสุกุล สถานีวิทยุโทรทัศน์ ไทยทีวีสีช่อง 3 ประกอบด้วย คุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย รองกรรมการผู้จัดการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ ไทยทีวีสีช่อง 3 ก้อย-ทาริกา ธิดาทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์วัน วีดีโอ โปรดักชั่น กอบสุข จารุจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเต็ป ออนเวิร์ค จำกัด ปิ่น-ณัฏฐนันท์ ฉวีวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวีซีน จำกัด วัชระ คุปตะเวทิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควิซ แอนด์ เควส จำกัด ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชลล์ ฮัท เอ็จเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด วิบูลย์ ลีรัตนขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนมเนท์ จำกัด คุณแม่สิริพร แสงวิชัย ศิลปินนักแดง ติ๋ว-อรสร พรหมประทาน ศิลปินนักแสดง และ จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ศิลปินนักแสดง


 เวลา 15.30 น. ครอบครัวสหวงษ์ ประกอบด้วย ผศ.สงวน สหวงษ์ นางพิศมัย โบว์ แวนดา ป๊อปปี้-วิทวัส ปิน-ชวนันท์ ออกมายืนเรียงแถวรอต้อนรับขบวนเชิญหีบเพลิงพระราชทาน จากนั้น เจ้าหน้าที่นำหีบเพลิงพระราชทานขึ้นตั้งที่ตั้งเหนือศีรษะศพ นายนพรัตน์ ทองประกอบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์อ่านหมายรับสั่ง ปูญาดา ยะมะกานนท์ อ่านประวัติ ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์ ผู้วายชนม์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่พิธีกรอ่านคำสดุดีนั้น โบว์ แวนดา ภรรยา ถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าใจ


 ต่อมา ผศ.สงวน สหวงษ์ บิดาผู้วายชนม์ อ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประธานในพิธี ประกอบพิธีทอดผ้าไตร บังสุกุล ของพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมฑูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล พระราชปริยัติกวีเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นองค์พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล จากนั้นนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ และวางดอกไม้จันทน์ประทาน จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

ที่มา ข่าวสด


กด Like เพื่อร่วมติดตามข่าวใหม่ๆก่อนใคร

Advertisement

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด

Flag Counter

Powered by Blogger.

กด Like = 1 กำลังใจ
กดพื้นที่ว่างหรือกากบาทด้านล่างเพื่ออ่านข่าว

Powered By | Blog Gadgets