Showing posts with label คลิป. Show all posts
Showing posts with label คลิป. Show all posts

Tuesday, November 1, 2016

สลด! หนุ่มสาวโพสต์FBนาทีกินยาตาย 2 ศพบูชารักต่อหน้าพระสังกัจจายน์ บอกขอนอนโลงเดียวกัน(คลิป)


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 พ.ย. ร.ต.อ.อำนาจ รุ่นหนุ่ม ร้อยเวร สภ.นายายอาม จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งจากนายทวี วรรณภักดี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ม.7 ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี พนักงานทำความสะอาด เทศบาลตำบลสนามไชย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลจุดชมวิวพระสังกัจจายน์ ว่า พบมีวัยรุ่นชายหญิง 2 คนก่อเหตุกินยาฆ่าตัวตายบนจุดชมวิว โดยฝ่ายชายเสียชีวิตแล้ว ส่วนหญิงสาวยังอยู่ในอาการสาหัส ให้รีบส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ หลังรับแจ้งได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ส่งทีมเวชกรฉุกเฉินเดินทางตรวจสอบและให้การช่วยเหลือหญิงสาว ก่อนพร้อมด้วย พ.ต.ท.ดำรงรักษ์ มลิทอง รอง ผกก.สืบสวน สภ.นายายอาม และตำรวจชุดสืบสวน เดินทางตรวจสอบ


โดยในที่เกิดเหตุ พบอยู่บนจุดชมวิว บริเวณทางเดินด้านหลังพระพุทธรูปพระสังกัจจายน์ พบศพของนายคิม ไม่ทราบสนามสกุล อายุประมาณ 25 ปีนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นหินอ่อน ใกล้กันพบร่างของน.ส.ดวงฤทัย แก้วพรหม อายุ 22 ปี ชาวนครพนม นอนหงายอยู่ข้างศพ ตรวจสอบเบื้องต้นพบมีชีพจรเต้นอ่อน น้ำลายฟูมปากด้วยพิษของยาฆ่าแมลง ทางทีมเวชกรจึงได้รีบนำตัวส่ง รพ.ท่าใหม่ แต่ในระหว่างทาง น.ส.ดวงฤทัย ที่อยู่ในอาการวิกฤติ ได้หมดสติหัวใจหยุดเต้น ทางทีมเวชกรจึงได้ช่วยกันทำการปั้มหัวใจ ก่อนนำตัวส่ง รพ.สต. สนามไชย เพื่อให้ทีมแพทย์ช่วยรักษา แต่ยื้อชีวิตไม่สำเร็จโดยได้เสียชีวิตลง

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ข้างศพของนายคิมพบมีรถจยย.ชิปปี้ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ 1 คัน กระเป๋าสะพายสีฟ้า 1 ใบ กระเป๋าหนังสีน้ำตาลอีก 1 ใบ ไฟฉายสวมศีรษะจำนวน 2 ชุด น้ำดื่ม 1 ขวด และขวดน้ำอัดลมพลาสติกถูกตัดครึ่งมีคราบยาฆ่าแมลงติดอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ยังพบเศษกระดาษมีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า “ขอโทษพ่อกับแม่ด้วยนะ ลูกคนนี้ลาก่อน เอาไว้เจอกันชาติหน้า ฝากทำงานศพหนูกับคิมด้วยนะ ลูกมันเลว เอาไว้ชาติหน้า ลูกจะกลับมาตอบแทนพระคุณ ลาก่อน ลูกขอลา รักพ่อกับแม่มากนะ หนูขอโลงศพใส่ศพหนูคู่กันนะ ชาติหน้าลูกจะเกิดมาใช้กรรมที่ลูกทำให้คิม มันเสียใจ น้ำตาลูกผู้ชายต้องไหลเพราะลูก ลาก่อน ชาตินี้บุญน้อย ลูกขอลาก่อน เอาไว้ชาติหน้าเราค่อยมาเกิดเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก พ่อกับแม่ อโหสิให้ลูกด้วย ฝนรักพ่อกับแม่มากนะ อย่าลืมทำศพให้คิมด้วยนะ”

หลังการตรวจสอบ และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ร.ต.อ.อำนาจ รุ่นหนุ่ม ร้อยเวร เจ้าของคดี ได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ส่งชันสูตรยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต ที่ รพ.นายายอาม อีกครั้ง พร้อมกันนี้ ได้ติดต่อญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองราย มารับศพกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

พ.ต.ท.ดำรงรักษ์ มลิทอง รอง ผกก.สืบสวน สภ.นายายอาม เปิดเผยว่าจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์ผู้ตาย พบว่ามีการอัดคลิปแพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊ค ขณะที่นายคิม และน.ส.ดวงฤทัยกำลังเตรียมตัวดื่มยาฆ่าแมลงความยาวประมาณ 20 นาที โดยเนื้อหาในคลิปเป็นช่วงเวลากลางคืน โดยทั้งสองคนได้ขึ้นมาบนจุดชมวิว พร้อมธูปขอขมาต่อพระสังกัจจายน์ จากนั้นเป็นการสนทนาระหว่างสองคนถึงเรื่องที่ฝ่ายหญิงถูกกล่าวหาว่านอกใจฝ่ายชาย เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ จึงพร้อมใจกันมาสาบานต่อหน้า พระสังกัจจายน์ ก่อนพากันดื่มยาฆ่าตัวตายทั้งคู่ดังกล่าว



ข้อมูลจาก ข่าวสด


Saturday, October 29, 2016

ไล่ถล่มเอ็ม16!! หนุ่มคนสนิทนักการเมืองดัง-พร้อมสาวไปทอดกฐิน ดับคาเก๋ง-ญาติช็อกร้องไห้ระงม(คลิป)


เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 30 ต.ค. ร.ต.ท.จเร พูลแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันตาย 2 ราย ที่บริเวณริมถนนบ้านชุมแสง ม.2 ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครฯ , พ.ต.อ.เชิดชัย โชติรักษ์ ผกก.สภ.ท่าศาลา และหน่วยกู้ภัยนครจุดท่าศาลา


เมื่อไปถึงพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กม-3042 นครศรีธรรมราช สภาพพังยับเยินตกอยู่ในคูข้างถนน ด้านในพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายปัญญา แก้วจำรัส อายุ 42 ปี อยู่ ม.3 ต.อินคีรี อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และ นางสมทรง เทพทอง อายุ 46 ปี อยู่ ม.3 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 โดยพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 5 ปลอกตกอยู่บนถนน


จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายปัญญา ผู้เสียชีวิต ได้ขับรถมาจากบ้านพร้อมกับนางสมทรง เพื่อนสาวคนสนิท โดยจะไปทำบุญทอดกฐินที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ท่าศาลา เมื่อขับรถมาถึงจุดที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายขับรถยนต์กระบะตามมาประกบและใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ผู้ตายโดยได้ไล่ยิงมาเป็นระยะทางกว่า 60 เมตร ก่อนที่รถผู้ตายจะเสียหลักพลัดตกลงข้างทางเสียชีวิตดังกล่าว ขณะที่ญาติมาเห็นศพต่างร่ำไห้ด้วยความเสียใจ

สำหรับนายปัญญา เป็นคนสนิทของนักการเมืองท้องถิ่นคนดังคนหนึ่งใน อ.ท่าศาลา อดีตเคยมีแผงผักในตลาดหัวอิฐแต่เลิกกิจการไปแล้ว และได้มาประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง โดยได้เลิกรากับภรรยาหลายปีก่อนจะมาอยู่กินกับนางสมทรง ซึ่งเป็นช่างเสริมสวยใน อ.ท่าศาลา สำหรับสาเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ได้ตั้งประเด็นไว้กว้างๆ ว่าอาจจะมาจากเรื่องขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจหรือชู้สาว ซึ่งจะเร่งหาสาเหตุและติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป



ที่มา ข่าวสด


Tuesday, October 25, 2016

สุดสลด!! กระบะชนสนั่นรถกู้ชีพฯ ขณะนำส่งผู้ป่วย-ร่างกระเด็นดับคาที่ พยาบาลสาวเจ็บ2(คลิป)


วันที่ 26 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.อาวุธ ปาลีพิชัย รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะเฉี่ยวชนรถกู้ชีพศูนย์กู้ภัยตาปี บริเวณแยกบางใหญ่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงรีบรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี


ที่เกิดเหตุพบรถตู้พยาบาลศูนย์กู้ชีพตาปี ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน กม 1134 สุราษฏร์ธานี สภาพถูกชนช่วงด้านข้างช่วงล้อหลังซ้ายพังเสียหาย ห่างออกไปพบรถคู่กรณี เป็นรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเขียว ทะบียน บฉ 7106 สุราษฎร์ธานี และ อีกคันเป็นรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน 2 กต 5913 กทม. ถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย


นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ทราบชื่อ คือ นางเพียงโสม สุ่มประดิษฐ์ อายุ 39 ปี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ประจำห้องฉุกเฉิน ร.พ.สุราษฏร์ธานี อาการกระดูกเชิงกรานหัก รายที่ 2 น.ส.ปิยวรรณ จันทร์สุข อายุ 29 ปี ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่เวชกิจฉุกเฉิน ประจำศูนย์กู้ชีพตาปี ร.พ.สุราษฏร์ธานี อาการปวดไหล่ซ้ายและขาขวา และนายชาญชัย เขื่อนแก้ว อายุ 42 ปี ตำแหน่ง พ.ข.ร. เจ้าหน้าที่เร่งนำส่ง รพ.สุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายอนุชา พูสันเทียะ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มากับรถกู้ชีพตาปี กระเด็นออกมาเสียชีวิตบนพื้นถนน

จากการสอบสวนทราบว่ารถกู้ชีพตาปี ได้รับผู้เสียชีวิตเพื่อที่จะรีบเร่งนำส่งไปยัง รพ.สุราษฎร์ธานี และเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เพื่อขอเส้นทาง และเป็นจังหวะไฟเขียวทางเดียวกับที่รถกระบะคู่กรณี ที่ขับมาจากแยกตาปานเพื่อมุ่งหน้าแยกบางกุ้ง ในระยะกระชั้นชิดเป็นเหตุให้รถคู่กรณีพุ่งชนเข้าบริเวณด้านซ้ายของรถกู้ชีพ ทำให้คนป่วยและพยาบาลวิชาชีพกระเด็นออกจากรถ ไปกระแทกกับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตคาที่ ส่วนอีกคัน ถูกเตียงผู้ป่วยกระเด็นไปกระแทก ทำให้รถชาวบ้านที่จอดติดไฟแดงเสียหายอีก 2 คัน ส่วนคนขับรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเขียว อาศัยจังหวะชุลมุลหลบหนีไป ตำรวจจึงได้ตรวจสอบทะเบียนรถหาคนขับรถมาดำเนินคดีต่อไป



ที่มา ข่าวสด


Sunday, October 23, 2016

คลิปนาทีสาวใหญ่วิ่งข้ามถนน ก่อนย้อนกลับมานั่งให้รถทับดับสลดกลางเมืองภูเก็ต


วันที่ 23 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Natthawut Plukmaidee” ซึ่งเป็นอาสาสมัครหน่วยเคลื่อนที่เร็วมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ประจำจุดคอเอน ได้โพสต์คลิปฝ่ายทางยูทูปที่โพสต์โดย Got5275 ซึ่งเป็นคลิปเหตุการณ์ระทึกขณะที่มีคนวิ่งข้ามถนนไปบนเกาะกลาง ก่อนจะวิ่งกลับลงมาถนนและนั่งย่อตัวลง ให้รถเก๋งที่ขับมาพุ่งชนและทับร่างคนดังกล่าว


โดยระบุว่า “วงจรปิดจับภาพวินาทีมรรณะ…..ป้าวิ่งข้ามถนนให้รถทับเสียชีวิตคาที่ @หน้าเซ่เว่นบ้านหมากปรกถนนเทพกระษัตรีขาเข้า #CCTV จับชัด #วิ่งพรวดออกถนนกลางดงรถ #ก่อนวิ่งกลับแล้วถูกรถทับ #ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ #RescuePhuket#GotRescue 21/10/59 10:40 น.” อาสาสมัครหน่วยเคลื่อนที่เร็วจุดบ้านคอเอน 5275,5267,5202, กู้ชีพ อบต.ไม้ขาว, เมือง507, กู้ภัย360 ออกตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนข้ามถนนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณหน้าเซ่เว่นบ้านหมากปรกถนนเทพกระษัตรีขาเข้า ที่เกิดเหตุพบหญิง 1 ราย นอนอยู่บนถนนเลนช่องจราจรขวาโดยที่มีชาวบ้านและญาติมุงดูอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบผู้บาดเจ็บพบนอนในลักษณะถูกทับผ่านจนทำให้ร่างกายบิดไป กระดูกหักหลายที่ ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะเสียชีวิต ถัดไป 10 เมตร พบรถเก๋งโตโยต้า ป้ายแดง จอดอยู่โดยที่มีร่องรอยการชนอยู่ใต้กันชนหน้ารถและป้ายทะเบียนด้านหน้าหลุดออก และผู้ขับขี่ได้รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงประสานพ.ต.ท.วัชรินทร์ จิรัฐิติกาลวิวัฒน์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าฉัตรไชย เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยในพื้นที่ใกล้เคียงมีกล้องCCTV อบต.ไม้ขาว สามารถจับภาพเหตุการณ์ได้ทั้งหมด รถกู้ภัย 360 นำร่างผู้เสียชีวิตนำส่ง ร.พ.ถลาง……โดยได้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นพร้อมแชร์คลิปดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้ตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.40 น.ของวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ตได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้าหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาบ้านหมากปรก ถ.เทพกระษัตรี (ขาเข้าเมือง) หมู่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง มีผู้เสียชีวิต จึงพร้อมด้วยกู้ชีพ อบต.ไม้ขาวและอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านยืนมุงเหตุการณ์จำนวนหนึ่ง พบร่างผู้เสียชีวิตทีราบชื่อ น.ส.มาลี ไชยเหล็ก อายุ 53 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ช่องจราจรใกล้กับเกาะกลางถนน ห่างออกไปราว 50 เมตร มีรถเก๋งโตโยต้าสีดำ ทะเบียนป้ายแดง ก 0638 พังงา จอดอยู่ บริเวณด้านหน้าพังเสียหายเพียงเล็กน้อย จากนั้นได้นำศพผู้เสียชีวิตส่ง รพ.ถลาง

แต่คลิปดังกล่าวเจ้าของช่องยูทูปเพิ่งเอามาอัพโหลดลงทางช่องเพื่อเผยแพร่ให้คลายข้อสงสัยถึงสาเหตุ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไม่ น.ส.มาลีผู้เสียชีวิตจึงจงใจนั่งลงให้รถชน



ที่มา ข่าวสด


Thursday, October 13, 2016

สาวท้อง7เดือน สาดน้ำกรดลูก ผัวโดดเตะชายโครง-น้ำกรดกระเด็นใส่ ส่งรพ.-6ขวบอาการหนักสุด(คลิป)


ตำรวจสภ.เมืองตรังได้รับแจ้งว่า มีเหตุสาดน้ำกรดที่บ้าน ถนนห้วยยอด ซอย 8 ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ทำให้มีผู้บาดเจ็บรวม 4 คน เป็นเด็กชาย 3 คนและสามีผู้ก่อเหตุ 1 คน ทราบชื่อ คือ นายชัยโย อายุ 35 ปี ด.ช. อายุ 10 ขวบ บุตรชายของนายชัยโย ด.ช. อายุ 11 ขวบ และ ด.ช. อายุ 6 ขวบ เมื่อตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรังแล้ว เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 12 ต.ค.


โดยในที่เกิดเหตุพบแก้วน้ำที่ใช้ในการก่อเหตุตกอยู่บนถนน ผ้าปูที่นอนและม้านั่งซึ่งมีรอยไหม้เกรียม ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้ คือ นางอรวรรณ ผู้เป็นภรรยาและแม่ของเด็กชายอีก 2 คน ที่ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ด้วย และตัวผู้ก่อเหตุเองก็ถูกน้ำกรดกระเด็นใส่เบ้าตาขวา ศีรษะและแผ่นหลังได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุเด็กๆ ทั้งสามคนกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนที่นอนของนางอรวรรณ ทำให้เกิดความไม่พอใจและต่อว่าเด็กๆ ทั้งสามคน แต่ ด.ช.อายุ 10 ขวบ ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงโต้เถียง ผู้ต้องหาจึงเกิดความโมโหวิ่งไปคว้าแก้วใส่น้ำกรดมาเตรียมจะสาดใส่หน้าเด็กๆ แต่นายชัยโย ผู้เป็นพ่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงเข้ามาห้าม จังหวะนั้นผู้ต้องหาได้สาดน้ำกรดใส่ทั้งสี่คนทันที และถูกนายชัยโย ผู้เป็นสามีเตะเข้าที่ชายโครงด้านซ้าย ทำให้น้ำกรดส่วนหนึ่งกระเด็นใส่นางอรวรรณ ผู้เป็นภรรยาได้รับบาดเจ็บไปอีก 1 คน ขณะที่นางอรวรรณ กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนด้วย


เบื้องต้นตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นความขัดแย้งภายในครอบครัว ซึ่งมักจะมีปากเสียงกันเป็นประจำทั้งกับสามีและลูกเลี้ยง จนกระทั่งได้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งทั้ง 5 คนต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยเด็กชาย อายุ 6 ขวบ ถูกน้ำกรดเข้าที่เบ้าตาทั้งสองข้างอาการหนักที่สุด แต่ตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อหาใดๆ กับผู้ก่อเหตุ โดยได้จัดตำรวจสายตรวจเฝ้าที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง ซึ่งจะได้สอบปากคำเพิ่มเติมในภายหลัง



ที่มา ข่าวสด


Sunday, October 9, 2016

เชิญวิญญาณสองพ่อลูก!! ผวาทั้งหมู่บ้าน-หวั่นอาถรรพ์ผีเอา6ชีวิต ฮือฮาอีกศพไม่ไหม้(คลิป)


 ญาติสองพ่อลูกจมน้ำดับเตรียมอัญเชิญดวงวิญญาณกลับบ้านตามความเชื่อ หลังหมอดูทักผีจะมาเอาชีวิตคนในหมู่บ้าน 6 ศพ ล่าสุดลุงวัย 61 ที่มานอนเฝ้าศพสองพ่อลูก ดับปริศนาหน้าโลงเป็นรายที่ 3 แล้ว  สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้าน เชื่อเกิดจากไม่ได้ทำพิธีก่อนนำศพผีตายโหงเข้าบ้าน เกิดเหตุการณ์แปลกอีก ญาตินำศพไปเผา ศพไม่ไหม้


วันที่ 9 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบ้านโนนเจริญ ม.14 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์แปลกประหลาดหลังนายจำนงค์ ทองนำ อายุ 61 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านซึ่งไปนอนเฝ้าศพของนายพยอม จันทอง อายุ 44 ปี และ ด.ญ.จีรนันท์ จันทอง อายุ 9 ขวบ สองพ่อลูกที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์จมน้ำที่บริเวณประตูน้ำคลองพระพิมล ม.2 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา และญาติได้นำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดเลขที่ 139 หมู่ 14 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ แต่นายจำนง ซึ่งไปนอนเฝ้าศพ 2 พ่อลูก ได้เสียชีวิตเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดผวา


จากนั้นญาติของผู้เสียชีวิตจึงได้พากันไปหาหมอดูในตำบล ก็ได้รับคำตอบจากหมอดูว่า 2 พ่อลูกที่จมน้ำเสียชีวิตเป็นการตายผิดธรรมชาติหรือที่เรียกว่า “ผีตายโหง” ก่อนนำศพเข้าบ้านไม่ได้มีการทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่ อีกทั้งญาติก็ไม่ได้ทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของ 2 พ่อลูกตามประเพณีด้วย ดังนั้นวิญญาณของผีตายโหงก็จะตามมาเอาชีวิตคนในหมู่บ้านอีก 3 ศพ รวมเป็น 6 ศพ ยิ่งสร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก หากเป็นจริงตามคำทำนายทายทักของหมอดู

โดยล่าสุดวันนี้ญาติได้ทำพิธีฌาปนกิจศพของสองพ่อลูกแล้วที่วัดบ้านตะโคงหรือวัดทุ่งสว่าง ส่วนศพของนายจำนง คนนอนเฝ้าศพที่เสียชีวิตปริศนานั้น ญาติก็ได้ทำพิธีฌาปนกิจที่วัดอีกหมู่บ้านหนึ่งเช่นกัน

นางทุเรียน กุยรัมย์ อายุ 74 ปี ชาวบ้าน บอกว่า ส่วนตัวก็เชื่อ หากทำไม่ถูกต้องตามประเพณี โดยการนำผีตายโหงเข้าบ้านจะต้องมีการทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่ และจะต้องอัญเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตกลับมาด้วย แต่ 2 พ่อลูกที่จมน้ำตายไม่ได้มีการทำพิธีให้ถูกต้อง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งนอกจากจะมีคนที่ไปนอนเฝ้าศพเสียชีวิตปริศนาแล้ว ตอนสวดอภิธรรมคืนสุดท้าย ก่อนจะเคลื่อนศพมาเผา ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาด โดยลูกชายของผู้เสียชีวิตมีอาการคล้ายถูกผีทับหรือผีอำ เมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็เล่าให้ญาติและชาวบ้านฟังว่ามีชายร่างสูงใหญ่จะมาเอาชีวิตโดยดึงแขนลงน้ำ แต่มีเพื่อนบ้านมาปลุกให้ตื่นก่อนจึงรอดชีวิต ส่วนกรณีที่หมอดูทักว่าจะมีผีมาเอาชีวิตคนในหมู่บ้าน 6 ศพนั้น ถึงไม่เชื่อก็ไม่ลบหลู่ ก็ต้องรอดูว่าหลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ผิดปกติ หรือใครในหมู่บ้านเสียชีวิตตามที่หมอดูทักหรือไม่

ด้านนายสุมน จันทอง อายุ 67 ปี พ่อของนายพะยอม และเป็นปู่ของ ด.ญ.จีรนันท์ สองพ่อลูกที่จมน้ำเสียชีวิต บอกว่า ส่วนตัวไม่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติหรือที่หมอดูทักว่าจะมีผีมาเอาชีวิต 6 ศพ ที่ลูกชายและหลานเสียชีวิตนั้น เป็นเพราะหมดอายุขัย ส่วนคนที่มานอนเฝ้าเสียชีวิตอีกนั้น แพทย์ก็ลงความเห็นว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลว ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว สำหรับกรณีที่หมอดูแนะนำให้ทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ เบื้องต้นก็ได้ทำแล้ว โดยการนำกะละมังใส่น้ำ แล้วเขียนชื่อคนตายใส่ แล้วนิมนต์พระสวดเพื่อเรียกวิญญาณกลับเข้าร่างซึ่งก็ทำเรียบร้อยแล้ว และหลังเสร็จพิธีฌาปนกิจศพแล้วก็เตรียมจะนิมนต์พระเดินทางไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของลูกชายและหลานสาว ที่จมน้ำเสียชีวิตที่ จ.นนบุรี กลับมายังบ้านเกิดตามประเพณีด้วย ส่วนชาวบ้านที่มีความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณผีตางโหงจะมาเอาชีวิตนั้น ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล ตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร

ขณะที่นายสง่า ไชยสุวรรณ อายุ 61 ปี สัปเหร่อ บอกว่า จากประสบการณ์ที่เป็นสัปเหร่อมากว่า 20 ปี เมื่อมีคนเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติหรือที่เรียกกันว่าผีตายโหง จะต้องมีการนิมนต์พระ 4 รูปไปทำพิธีสวดเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตตามประเพณี แต่กรณี 2 พ่อลูกนี้ไม่ได้ทำตามประเพณี ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ที่ดวงวิญญาณคนตายจะตามมาเอาชีวิตคนใกล้ชิด จึงได้แนะนำให้ญาติไปทำพิธีให้ถูกต้องตามประเพณี ทั้งนี้เพื่อความสบายใจของญาติและชาวบ้านด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เหตุการณ์แปลกศพเผาไม่ไหม้ ญาติจึงได้รวมตัวกันคุยถึงสาเหตุแต่ก็ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ ก่อนจะมีรถของมูลนิธิกู้ภัยนนทบุรีนำศพมาส่ง ขับกลับมาจอดหน้าบ้านพร้อมกับนำเหรียญพระ และเงินสด 20 บาท ซึ่งเป็นของที่ติดอยู่กับตัวผู้ตายที่ตกภายในรถมาคืนให้ ญาติจึงได้ทำการจุดธูปบอกผู้ตายก่อนจะทำการเผาอีกครั้งศพจึงไหม้ ระบุเป็นเหรียญที่ผู้ตายรักมาก

นางน้อย จันทอง อายุ 42 ปี น้องสาวของนายพยอมที่เสียชีวิตจมน้ำที่จังหวันนนบุรี บอกว่า วันนี้เป็นวันฌาปนกิจศพ เมื่อพิธีเสร็จสิ้นจนถึงตอนเผา ปรากฏว่าสัปเหร่อ แจ้งว่าศพเผาไม่ไหม้ สร้างความมึนงงให้กับญาติเป็นอย่างมาก

โดยระหว่างนั้นได้มีรถของหน่วยกู้ภัยจังหวัดนนทบุรี ที่นำศพพี่ชายมาส่งเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ได้นำถุงพลาสติกมาให้ดูว่าเป็นของผู้ตายหรือไม่ เมื่อตรวจสอบพบภายในถุงมีเงินสดไม่ถึง 100 บาท และมีเหรียญของหลวงปู่ต๊ะ ธมมณียโก วัดป่าเลไลย์ บ้านใหม่ ต.สามแวง จ.บุรีรัมย์ 1 เหรียญ ตนเองยืนยันว่าเป็นของพี่ชาย เพราะเหรียญนี้พี่ชายรักมาก ไปไหนจะต้องนำติดตัวไปด้วยตลอดเวลา และได้รับคำตอบจากกู้ภัยว่า หลังจากมาส่งศพวันนั้น ได้ไปส่งศพที่จังหวัดอื่นในภาคอีสาน เมื่อผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ มีความรู้สึกว่ากลับไม่ได้ จึงเข้าไปตรวจสอบหลังรถ ก็พบสิ่งของของผู้ตายอยู่ในรถ และคิดว่าเป็นของนายพยอม  จึงนำมาส่ง จากนั้นจึงจุดธูปบอกกล่าวว่าได้ของกลับคืนแล้ว ศพจึงเผาไหม้ตามปกติ



ที่มา ข่าวสด


Tuesday, October 4, 2016

ดช. 7 ขวบชี้จุดโดนกระทืบหัวใต้ถุนแฟลต เผยคนก่อเหตุเพิ่งแยกทางกับเมีย (คลิป)


จากกรณีมีการแชร์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ก แม่น้องมิกซ์ น้องมิลินท์ ซึ่งได้เผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิด ซึ่งระบุว่า เกิดขึ้นที่”หมู่บ้านเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา” โดยเป็นภาพสะเทือนใจอย่างยิ่ง พบว่าภาพฉายให้เห็นเด็ก 3 คน กำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าบันได ก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะลุกขึ้นวิ่งหนีไป จากนั้นมีชายคนหนึ่งเดินลงมาจากบันไดอย่างรวดเร็วและถีบเด็กเสื้อสีแดงจนกระเด็น จากนั้นเข้าไปกระทืบซ้ำบริเวณหัวอีกหลายที แล้วอุ้มเด็กที่ยังนั่งอยู่อีกคนขึ้นมา และยังกลับไปกระทืบเด็กคนเดิมซ้ำด้วย


เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม นายณัฏฐา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ได้เข้าแจ้งความตำรวจสน.บางชันว่า ด.ช.เอ (นามสมมุติ) ลูกชายวัย 7 ขวบ ได้ถูก นายอำนาจ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ภายในเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา ตึก 8 ถ.ปัญญารามอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา โดยที่นายณัฏฐากับนายอำนาจเป็นเพื่อนบ้าน


จากการสอบสวนเบื้องต้นจากผู้แจ้งทราบว่า ก่อนเกิดเหตุด.ช.เอได้นั่งเล่นอยู่กับด.ช.บี(นามสมมุติ) ลูกชายของนายอำนาจ ต่อมานายอำนาจซึ่งอาศัยอยู่บนชั้น 5 ของอาคารได้ยินเสียงลูกชายของร้องไห้จึงลงมาดู เมื่อมาเห็นลูกชายตัวเองร้องไห้ก็เกิดอาการโมโหเข้าใจว่าด.ช.เอแกล้งลูกชายตัวเองจนร้องไห้ จากนั้นได้ลงมือทำร้ายร่างกายตามที่ปรากฏในคลิปที่แพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันจากการสอบสวนนายอำนาจก็ยอมรับว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กเอจริง เนื่องจากมีความโมโห

ค่ำวันเดียวกัน นายณัฏฐา เปิดเผยว่า มีอาชีพรับจ้างอิสระ โดยอาศัยอยู่ที่บ้านเอื้ออาทรณ์ปัญญาอาคาร 8 ชั้น1 ก่อนเกิดเหตุตนกำลังพักผ่อนอยู่ภายในห้องจนมีเพื่อนบ้านมาตามว่าลูกชายได้ถูกนายอำนาจทำร้ายร่างกาย ตนจึงรีบไปดูพบว่าลูกชายของตนมีบาดแผลบริเวณหางคิ้วขวา กกหูทั้งสองข้างมีรอยห้อเลือด ตนจึงติดต่อนิติบุคคลเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด โดยภาพในกล้องวงจรปิดพบเห็นลูกชายตนและลูกชายของนายอำนาจเล่นกันก่อนที่ลูกชายนายอำนาจจะร้องไห้

นายณัฏฐา กล่าวต่อว่า จากนั้นนายอำนาจได้วิ่งลงมาจากห้องพัก ชั้น5 เมื่อลงมาถึงบริเวณชั้น 1 นายอำนาจก็ใช้เท้าถีบไปที่ศรีษะลูกชายจนล้มแล้วกระทืบซ้ำหลายครั้ง ก่อนที่นายอำนาจจะอุ้มลูกชายตัวเองกลับขึ้นห้องไป ตอนตนเห็นภาพกล้องวงจรปิดตอนนั้นรู้สึกโกรธมาก และพยายามจะขึ้นไปหานายอำนาจ เพื่อที่จะเอาเรื่อง แต่ชาวบ้านได้ห้ามไว้ เพราะกลัวจะมีการลงไม้ลงมือกลายเป็นเรื่องใหญ่ และแนะนำให้ตนเดินทางไปแจ้งความที่สน.คันนายาว เพื่อใช่กฎหมายจัดการ

รายงานข่าวแจ้งว่า นายอำนาจเพิ่งจะแยกทางกับภรรยาได้มาประมาณ 1 เดือน และต้องเลี้ยงลูกชายเพียงลำพัง โดยขณะนี้ได้ค้างค่าเช่าบ้านนานหลายเดือนแล้ว และทางนิติบุคคลได้ทำการล็อคน้ำซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุทำให้นายอำนาจเกิดอาการเครียดจนก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ด.ช.เอ ผู้เสียหายไปชี้จุดที่โดนนายอำนาจทำร้าย ซึ่งด.ช.เออมีบาดแผลบริเวณหางคิ้วขวา กกหูทั้งสองข้างมีรอยห้อเลือด ให้การว่าโดนทำร้ายร่างกายจริง



ที่มา ข่าวสด


Monday, September 19, 2016

สยองนครปฐม!กระบะวีโก้ชนฟุตบาทหมุนฟาดต้นไม้ไฟลุกท่วมคลอกดับ 3 ศพ (คลิป)

 

เกิดเหตุสลดที่ จ.นครปฐม หลังจากรถกระบะเกิดอุบัติเหตุชนขอบปูนบริเวณเกาะกลางถนน เป็นเหตุให้รถหมุนเสียหลักไปชนกับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง พลิกคว่ำตะแคงเกิดไฟลุกท่วม คนขับและผู้โดยสารที่นั่งมาในรถไม่สามารถหนีออกจากรถได้ถูกไฟคลอกดับ 3 ศพ


เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 ก.ย. ร.ต.อ.บุญฤทธิ์ พินิจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามควายเผือก อ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำไปชนต้นไม้อย่างแรง ก่อนเกิดไฟลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกตาย 3 ศพ เหตุเกิดบริเวณฝั่งตรงข้ามน้ำพริกแม่ศรี ถนนเพชรเกษมขาเข้าเมืองนครปฐม หมู่ 7 ต.ธรรมศาลา อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครนครปฐม กองพิสูจน์หลักฐาน 7 รุดไปตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุพบไฟกำลังโหมลุกไหม้รถกระบะอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้ โดยใช้เวลากว่า 20 นาทีเพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า แคป วีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน ฒบ 2900 กรุงเทพมหานคร สภาพรถพลิกตะแคง รถพังเสียหายยับเยินทั้งคันเพราะถูกไฟเผา ยางรถแตก ล้อรถบิดเบี้ยวผิดรูป นอกจากนี้ ยังพบแกลลอนน้ำมันเตาที่ใช้แล้ว ถูกเผาไหม้หล่นอยู่ในกองเพลิงอีกด้วย เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกบริเวณเพื่อป้องกันอันตราย

ขณะเดียวกันได้ใช้เครื่องตัดถ่าง ตัดโครงเหล็กของรถยนต์ เพื่อนำศพออกมา พบเป็นศพชายไม่ทราบชื่อจำนวน 3 ศพ ถูกไฟเผาดำเป็นตอตะโกจนบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพส่งมาชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม

ร.ต.อ. บุญฤทธิ์ พินิจ ร้อยเวรเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่ารถกระบะคันดังกล่าวขับมาบนถนนเพชรเกษม เมื่อถึงบริเวณทางโค้งรถเฉี่ยวชนกับขอบฟุตบาทเกาะกลางถนน กม.ที่ 50/500 แล้วเสียหลักเป็นทางยาว 100 เมตร ก่อนรถพลิกคว่ำยางแตก และรถหมุนไปชนกับต้นไม้ข้างทางอย่างแรงจนไฟลุก ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าผู้ตายในรถเป็นใคร ต้องรอตรวจสอบจากหมายเลขทะเบียนรถคันที่เกิดเหตุเพื่อสืบหาเจ้าของรถ จึงสามารถติดตามญาติของผู้ตายมาสอบปากคำว่าผู้ตายเป็นใคร

ขณะที่ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ได้ยินเสียงรถชนเกาะกลางถนน และเกิดเสียงดังคล้ายยางระเบิดจากนั้นรถพลิกครูดมากับถนน ชนเข้ากับต้นไม้ข้างทางไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ควันไฟสีดำพวยพุ่งสูงและรุนแรงมาก ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นต้องรีบหนีออกจากบ้าน เพราะเกรงว่าจะระเบิดซ้ำและไฟอาจลุกลามเข้าตัวบ้าน



ภาพ มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม

ที่มา ข่าวสด


Wednesday, August 31, 2016

ฮือฮา!! เปิดตำนาน “บ้านหนองผีหลอก” หลังแชร์ว่อน ร่ำลือผีโพง-ผีโป่งหลอกชาวบ้าน(คลิป)

 

 วันที่ 1 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งได้มีคำร่ำลือว่าเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อแปลกที่สุด ในจังหวัดนครราชสีมา โดยหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า บ้านหนองผีหลอก ตั้งอยู่ที่ ต.พลับพลา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา อยู่ห่างจากตัวอำเภอโชคชัยประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นคุ้มหมู่บ้านเล็กๆ แยกออกจากบ้านโนนแดง หมู่ที่ 16 มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 50 หลังคาเรือน โดยรอบหมู่บ้านจะเป็นไร่มันสำปะหลัง และทุ่งนา ทางเข้าหมู่บ้านมีป้ายบอกทางว่า “บ้านหนองผีหลอก” อย่างชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีผู้พบเห็นและแชร์ไปในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นที่ฮือฮาและสงสัยว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีอยู่จริงหรือเป็นแค่ข่าวลือ


 ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อสอบถามคนเฒ่าคนแก่ ถึงที่มาของชื่อบ้านหนองผีหลอก โดยนายกรอง กาวกระโทก อายุ 77 ปี หนึ่งในชาวบ้านหนองผีหลอก ได้เปิดเผยว่า ชื่อบ้านหนองผีหลอกนี้ เกิดจากการเรียกขานมาต่อๆ กันยาวนาน นับร้อยปี ตั้งแต่รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย เพราะตนเกิดมาก็ได้ยินชื่อนี้แล้ว โดยตนเคยได้ยินเรื่องเล่าว่า ในอดีตที่บริเวณนี้จะเป็นป่าดงดิบ และห่างไปประมาณ 800 เมตร มีหนองน้ำขนาดพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับทางเกวียนที่ชาวบ้านใช้สัญจรผ่านไป-มา ระหว่างเมืองโคราชกับหมู่บ้าน โดยที่หนองน้ำแห่งนั้นมีโพรงต้นไม้และจอมปลวกขึ้นอยู่จำนวนมาก

 “เมื่อถึงเวลากลางคืนก็มักจะพบว่ามีผีโพง และผีโป่ง ออกมาหากินกบ กินเขียดในหนองน้ำจำนวนมาก ชาวบ้านที่ผ่านไป-มา จึงพบกับแสงสว่างของผีโพง และผีโป่ง กันบ่อยครั้ง บางคนก็ถูกมันไล่หลอกจนหวาดกลัว ทำให้คนไม่ค่อยกล้าขับเกวียนผ่านไปแถวนั้นช่วงกลางคืนมากนัก เรื่องนี้ได้รับการเล่าลือกันจนชาวบ้านทั่วไป ตั้งชื่อบริเวณนี้ว่าหนองผีหลอก และเรียกกันมาสืบต่อจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันบริเวณหนองน้ำดังกล่าวได้ตื้นเขิน และกลายเป็นพื้นที่ทุ่งนาไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังคงเหลือโพรงต้นไม้ให้เห็นเป็นหย่อมๆ และไม่เคยมีใครพบเห็นผีโพงหรือผีโป่งอีกเลย ต่อมาได้มีชาวบ้านโนนแดง หมู่ที่ 16 ต.พลับพลา แยกตัวออกมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณใกล้เคียงกับหนองผีหลอก จึงถูกเรียกว่าคุ้มบ้านหนองผีหลอกในปัจจุบัน” นายกรอง กล่าว

 ด้านนายสมบูรณ์ แขดอน นายก อบต.พลับพลา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บ้านหนองผีหลอก เป็นเพียงคุ้มบ้านหนึ่งที่แยกออกมาจากบ้านโนนแดง หมู่ที่ 16 ซึ่งมีชาวบ้านมาอาศัยอยู่ประมาณ 50 หลังคาเรือน ทุกวันนี้ยังไม่ได้มีการตั้งเป็นหมู่บ้านอย่างเป็นทางการ โดยขึ้นตรงกับบ้านโนนแดง หมู่ที่ 16 แต่มักถูกเรียกว่า บ้านหนองผีหลอก ตามคำที่ชาวบ้านเรียกบริเวณนั้นติดปากมาตั้งแต่ในอดีต และชาวบ้านกลุ่มนี้ก็เต็มใจให้เรียกชื่อว่า บ้านหนองผีหลอก จึงได้มีการติดป้ายชื่อบอกทางหมู่บ้านไว้ปากทาง เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้



ที่มา ข่าวสด


Monday, August 22, 2016

โอละพ่อ! คดี"นร.หญิง"โดนรถเก๋งฉุด ที่แท้ทะเลาะกับครูหนุ่มเรื่องเล่นไลน์

 

  เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 ส.ค. 59 ที่โรงเรียนดังย่านนนทบุรี โดยในช่วงเช้าเวลาเคารพธงชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้พูดไมโครโฟนเพื่อแจ้งเหตุการณ์กรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.6 ถูก 3 คนร้ายขับปาเจโร่ฉุดขึ้นขณะเดินอยู่ในศาลากลางหลังเก่า ท่าน้ำหอนาฬิกาจังหวัดนนทบุรี ก่อนจะหลบหนีออกมาได้หลังอาศัยช่วงจังหวะรถติดแถวถนนพิบูลย์สงครามหน้าคอนโดลุมพินี จากนั้นพ่อแม่จะนำตัวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี หลังประชาสัมพันธ์ให้ทางนักเรียนและครูได้ทราบถึงมาตรการในการป้องกันเหตุร้ายแล้ว


 ที่สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รองผบก.นนทบุรี พ.ต.ท.มงคล อ่อนแก้ว รองผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี เรียกประชุมชุดสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวนสภ.เมืองนนทบุรี เพื่อวางแนวทางการสืบหาตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาสอบสวนหาความจริง ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

 พ.ต.อ.สุรพงษ์กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งแกะรอยตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามรายทางที่ผู้เสียหายให้การโดยเบื้องต้น ยังไม่พบรถต้องสงสัยคันดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนอีกชุดก็ออกสอบปากคำพยานหรือผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปประมวลเข้าด้วยกัน และขอเวลาในการทำงานสักระยะก็คงได้ความจริงมาเปิดเผยให้ทราบ


 มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของตำรวจพบว่าไม่ตรงกับคำให้การของนักเรียนหญิงหลายอย่าง เนื่องจากพบว่าตรงจุดที่นร.หญิงให้การว่าเปิดประตูรถแล้วกระโดดลงมานั้น แต่เมื่อดูในกล้องวงจรปิด กลับพบว่ารถได้จอดริมถนน นร.หญิงเปิดประตูด้านซ้ายค้างไว้ ลักษณะเหมือนกับคุยกัน ก่อนที่นร.หญิงจะเดินลงจากรถ และมีการยื้อดึงแขนกันเล็กน้อย จากนั้นรถเก๋งก็ขับออกไป ส่วนนร.หญิงนั่งลงกับฟุตปาธ

 รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการสืบสวนและหาข้อมูลจากอย่างละเอียดพบว่ารถเก๋งปาเจโร่สีดำคันนี้เป็นรถของครูหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งสอนวิชาคอมพิวเตอร์ และมีความสนิทสนมกับนร.หญิงคนนี้เป็นอย่างมาก โดยทุกวันตอนเช้าครูหนุ่มรายนี้จะขับรถมารับนร.หญิงคนนี้ไปโรงเรียนเป็นประจำ นานกว่า 1 ปีแล้ว

  แต่วันเกิดเหตุ ครูหนุ่มไม่พอใจที่นร.หญิงนั่งเล่นไลน์ในมือถือ จึงต่อว่าไปจนเกิดปากเสียงกัน นร.หญิงจึงบอกให้จอดข้างทางแล้วเปิดประตูจะลงจากรถ ซึ่งมีการฉุดยื้อกัน แต่นร.หญิงก็ลงจากรถในที่สุด ก่อนโทรแจ้งมารดาตามที่เป็นข่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ครูหนุ่มรายดังกล่าวได้เข้าไปรายงานเรื่องทั้งหมดกับผอ.โรงเรียนแล้ว โดยระบุว่าเป็นเจ้าของรถปาเจโร่จริง



ที่มา ข่าวสด


สยองเมืองชล คลิปนาทีรถตู้พุ่งชนจยย. 2 คัน นร. 5 คนกระเด็นปลิวว่อน

 

  เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.สำเริง แนวอินทร์ สารวัตรเวร สภ.เมืองชลบุรี รับรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่บนถนนสายสุขุมวิท บริเวณแยกไฟแดงบางทราย ตำบลบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี ว่ามีคนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย จึงได้ประสานไปยังหน่วยกู้ชีพชลบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิธรรมรัศมี รุดไปที่เกิดเหตุเป็นสามแยกไฟแดง


  พบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 คน นอนสลบไม่ได้สติอยู่กลางถนน จึงช่วยกันปฐมพยาบาลในเบื้องต้น และรีบนำส่งโรงพยาบาลชลบุรี และใกล้กันพบรถตู้โดยสารประจำทางสาย ชลบุรี–บางนา  ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 15-4953 กทม. มีนายมณเฑียร ตรีเนตร เป็นคนขับ จึงควบคุมตัวเอาไว้

  และพบรถจักรยานยนต์ในที่เกิดเหตุอีก 2 คัน ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิก สีฟ้าขาว ทะเบียน งงย 823 ชลบุรี และรถจักรยายนต์ ฮอนด้า ซูมเมอร์ เอ็กซ์ สีเหลือง ทะเบียน 1กย-8807 ฉะเชิงเทรา  สภาพพังเสียหายยับเยิน


  เบื้องต้นผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมด จำนวน 5 ราย ได้แก่ ด.ญ.สุกัญญา วุฒิพันธ์ อายุ 12 ปีขาหัก ท้องแตก มีเลือดไหลออกจากปาก อาการสาหัส, ด.ญ.วิมลรัตน์ ช่วยชูทรัพย์ อายุ 13 ปี, ด.ญ.น้ำฝน รอดวิจารณ์ อายุ 13 ปี, ด.ช.ศุภฤกษ์ หาบุญมี อายุ 13 ปี และด.ช.จิรวัฒน์ แซ่ตั้ง อายุ 13 ปี ทั้งหมดมีบาดแผลตามร่างกาย เป็นนักเรียนของโรงเรียนคลองกิ่วยิ่งวิทยา

  หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ ขณะเด็กนักเรียนชั้น ม.1 ของโรงเรียนคลองกิ่ววิทยาจำนวน 5 คน กำลังขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันอยู่บริเวณสี่แยกบางทราย ถนนสุขุมวิท คันแรกซ้อน 3 คน คันที่ 2 ช้อน 2 คน ขับตามกันมาโดยคนขี่ทั้งสองคันพยายามหยอกล้อกัน ก่อนจะค่อยๆขี่ไปกลางสี่แยก ก่อนจะโดนรถตู้โดยสารที่กำลังมาโดยความเร็วพุ่งชนกลางสี่แยก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบหาฝ่ายที่ฝ่าฝืนสัณญาณจราจร เพื่อหาผู้กระทำผิดในเหตุการณ์นี้ต่อไป



ที่มา ข่าวสด


Tuesday, August 9, 2016

ลานย่าโมสุดคึกคัก! ชาวโคราชแห่ออกมาตามไล่จับโปเกม่อนติดต่อกันคืนที่3 (คลิป)

 

นครราชสีมา ช่วงเย็นวันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ลานอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังวัดนครราชสีมา ภายหลังจากที่ได้มีการนำเสนอข่าวตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงช่วงกลางดึก ของวันที่ 7 ถึง 9 ส.ค.59 ที่ผ่านมา ได้มีประชาชนทั้งชายและหญิงเป็นจำนวนมากรวมตัวกันเพื่อไล่จับโปเกม่อนรอบลานอนุสาวรีย์กันอย่างเนืองแน่น ซึ่งบางคนนั้นต้องเดินวนไปวนมารอบลานอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารีเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร เพื่อมาจับตัวโปเกม่อนที่หาได้ยากในบริเวณนี้ ทำให้บรรยากาศลานอนุสาวรีย์ ซึ่งเคยเงียบเหงาในช่วงกลางคืน กลับมาคึกคักเป็นอย่างมาก


   ขณะเดียวกันบรรยากาศพ่อค้าแม่ค้าก็ต่างพากันนำอาหารคาวหวาน มาวางไว้ให้บรรดาสาวกไล่จับโปเกม่อนนั้นมาเลือกซื้อกินเพื่อบรรเทาหิวในระหว่างเล่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าเป็นจำนวนมาก

  พ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผกก.สภ.เมือวงนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีประชาชนเป็นจำนวนมากมาร่วมตัวกันที่บริเวณรอบลานอนุสาวรีย์คุณย่าโม ตำรวจได้มีการวางมาตรการในกาดูแลความสงบเรียบร้อยและการป้องกันเหตุอาชญากรรมต่างๆ โดยการจัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ออกตรวจสอบบริเวณโดยรอบตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบเดินเท้าป้องกันเหตุอีกส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามหากพบว่าประชาชนที่เดินเล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืดก็จะทำการประชาสัมพันธ์ ให้อยู่ในพื้นที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆตามมา และอย่าลงมาเล่นบนพื้นผิวการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ



ที่มา ข่าวสด


Sunday, June 19, 2016

ว่อนโซเชี่ยล โจ๋ก่อเหตุตีกันกลางห้องฉุกเฉิน พยาบาลต้องเข้าหย่าศึก (คลิป)

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่คลิปในโลกโซเชี่ยล โดยพบว่าเป็นเหตุการณ์ในห้องฉุกเฉินแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีกลุ่มชายวัยรุ่นเข้ามาในห้องฉุกเฉินจำนวนมากและเกิดการทะเลาะวิวาทต่อยตีกัน ก่อนที่จะออกไปจากห้อง


"ข่าวสดออนไลน์" ได้ติดต่อไปยัง นพ.ฉัตรชัย ศรีนามวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วง 02.00 น.ที่ผ่านมา(19มิ.ย.) โดยพบว่ากลุ่มวัยรุ่นได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทที่ผับแห่งหนึ่ง และมีผู้บาดเจ็บจากอาวุธปืน ถูกยิงที่แขนก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล จากนั้น กลุ่มเพื่อนของทั้งสองฝ่ายได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลและเข้ามาในห้องฉุกเฉินก่อนจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน ในขณะที่ยังมีผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวข้องนอนอยู่ในห้องฉุกเฉินด้วย ก่อนที่รปภ.จะเข้าห้ามไว้ แต่ก็ไม่สามารถห้ามไหวเพราะมีเจ้าหน้าที่อยู่เพียง 1-2 คนเท่านั้น จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายเล็กน้อย มีตู้ดักยุงที่ได้รับความเสียหาย ส่วนเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงทั้งสองกลุ่มจึงได้แยกย้ายกันไป

"ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น ก็ถือเป็นเรื่องน่าตกใจ โดยในช่วงกลางคืนนั้น จะมีเจ้าหน้าที่อยู่เวรไม่มากนัก ก็ไม่สามารถห้ามปรามกลุ่มวัยรุ่นได้ เบื้องต้น ได้ให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปแจ้งความ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วว่าใครเป็นใครบ้าง และดำเนินคดีต่อไป"นพ.ฉัตรชัย กล่าว



ที่มา ข่าวสด


เปิดนาทีระทึก กระบะซิ่งฝ่าไฟแดง ชน จยย. กระจัดกระจายแล้วหนี เร่งจับ (คลิป)

 

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 19 มิ.ย. ร.ต.อ.นเรท บุญที รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งรถกระบะชน ท้าย จยย. มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย บริเวณ 3 แยกไฟแดง กม.1 ขาออกจากตลาดสัตหีบ ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลับรับแจ้งได้รุดไปตรวจสอบพร้อม หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน


ที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 ราย นอนกระจัดกระจายเต็มถนน ทราบชื่อ นาง แน่งน้อย ผลทับทิม อายุ 59 ปี ได้รับบาดเจ็บถลอกตามร่างกาย น.ส ศราภรณ์ เกียรติเศรณี อายุ 18 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณแผ่นหลัง ถลอกตามร่างกาย น.ส.สุนทราภรณ์ อันทะบาล อายุ 17 ปี และนายนัฐพล อันทะบาล อายุ 15 ปี ได้รับบาดเจ็บถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่ง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ กลางถนน พบ รถจยย. ฮอนด้า ดรีม สีน้ำเงิน ทะเบียน คฉง -289 ชลบุรี ห่างไปริมถนน พบรถ จยย ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน ขงษ - 920 ร้อยเอ็ด ทั้ง 2 คันถูกชนจากด้านท้ายพังเสียหาย ส่วนคันที่ก่อเหตุเป็น กระบะ รุ่นโตโยต้า สีดำ ไม่ทราบทะเบียน หลังชนแล้วหลบหนีไป ทางจังหวัดระยอง โดยกล้องวงจรปิด สามารถจับภาพ ขณะชนได้อย่างชัดเจน

สอบถามผู้บาดเจ็บ ทั้ง 4 รายทราบว่า น.ส.ศราภรณ์ เกียรติเศรณี ได้ขี่ จยย. ฮอนด้า ดรีม โดยมี นาง แน่งน้อย ผลทับทิม ผู้เป็นยาย ซ้อนท้าย และ น.ส.สุนทราภรณ์ อันทะบาล ได้ขี่ จยย. ฮอนด้าเวฟ โดยมี นายนัฐพล อันทะบาล น้องชายซ้อนท้าย ทั้ง 2 คัน ได้ขี่ จยย ออกมาจากตลาดก่อนจะจอดติดไฟแดงอยู่ขณะนั้น กระบะ ที่ก่อเหตุ ได้ขับออกมาจากตลาด ก่อนจะชนท้ายอย่างแรง จนทำให้กระเด็นไปคนละทิศคนละทางได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ด้าน ร.ต.อ.นเรท บุญที รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ กล่าวว่าเบื้องต้นจะได้เรียกผู้บาดเจ็บทั้งหมดมาสอบสวน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามแยกต่างๆ เพื่อติดตามหาหมายเลขทะเบียนรถ คันที่ก่อเหตุ และเจ้าของรถ มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ที่มา ข่าวสด


Sunday, June 12, 2016

หามนักเรียน ครึ่งร้อย ส่งรพ. หลังดื่มนมตอนเช้าอาเจียนรุนแรง (คลิป)

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 มิ.ย. เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนบ้านหนองรังกา ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 34 คน ได้เกิดอาการเวียนหัวคลื่นไส้ และอาเจียน หลังจากดื่มนมโรงเรียนเมื่อตอนช่วงหลังเวลาเคารพธงชาติที่ผ่านมา ทำให้ครูต้องรีบนำตัวเด็กนักเรียนที่มีอาการทั้งหมด 34 คน ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล แยกเป็นโรงพยาบาลแม่และเด็ก จังหวัดนครราชสีมา 7 คน และโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา 27 คน โดยในจำนวนนี้มีเด็กนักเรียน 7 คน ที่มีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ต้องเฝ้าดูอาการอยู่ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเทพรัตน์ฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้แพทย์กำลังตรวจรักษา และเฝ้าดูอาการเด็กนักเรียนทั้งหมด


นายเจริญ ศรีแสนปาง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองรังกา เปิดเผยว่า นมโรงเรียนที่นำมาให้เด็กนักเรียนดื่มนี้ เป็นงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งทำการผลิต และจัดส่งเป็นประจำทุกวันโดยทางฟาร์มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นมโรงเรียนดังกล่าวถูกบรรจุใส่ถุงพาสเจอร์ไรต์อย่างดี แต่หลังจากเด็กนักเรียนจำนวนประมาณ 100 คน ได้ดื่มนมโรงเรียนไปเมื่อช่วงหลังเคารพธงชาติในตอนเช้า หลังจากนั้นไม่นานเด็กนักเรียนบางส่วนก็เริ่มมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ และอาเจียน คณะครูจึงรีบนำตัวเด็กนักเรียนส่งไปรักษาตามโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจากการสอบถามนักเรียนที่อาเจียน บอกว่าได้ดื่มนมโรงเรียนที่มีรสชาติขม เหมือนนมบูด ก่อนที่เวลาต่อมาไม่นานก็มีอาการเวียนหัว และอาเจียนอย่างรุนแรง ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บตัวอย่างนมโรงเรียนไปตรวจสอบแล้วเช่นกัน นายเจริญฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นมโรงเรียนล็อตนี้ยังมีส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้ให้นักเรียนได้ดื่ม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ข้างห่อนมมีระบุวันหมดอายุ วันที่ 17 มิถุนายน 2559 วันนี้ทางโรงเรียนได้งดให้นักเรียนดื่มนมที่เหลือทั้งหมด โดยจะส่งคืนให้ทางฟาร์มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี เพื่อนำไปตรวจสอบหาสาเหตุในครั้งนี้ต่อไป

นพ.นิธิรัตน์ บุญตานนท์ นายแพทย์เวรปฏิบัติการ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ฯ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ จะมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ หน้ามืด และปวดท้องเล็กน้อย บางรายท้องร่วง ขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ภาพรวมไม่น่าเป็นห่วง การรักษาตามอาการให้ยาเคลือบกระเพาะ นอกจากนี้ยังมีนักเรียนหลายสิบคนทยอยเดินทางมาตรวจอาการอย่างต่อเนื่อง สาเหตุอาจเกิดจากอาหารเป็นพิษ หรือมีเชื้อโรคปนเปื้อน



ที่มา ข่าวสด


Tuesday, June 7, 2016

เปิดใจแม่ชีกรรณิการ์ เจ้าของบ้านโบราณ 152 ปี - ผู้กล้าปฎิเสธเงิน 85 ล้านบาท

 

กรณีมีผู้แชร์ภาพบ้านโบราณอายุกว่า 152 ปี ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสวงเวียนใหญ่ ซึ่งเจ้าของบ้านยืนยันว่าไม่ขายบ้านและที่ดินหลังมีผู้เสนอซื้อ 85 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางตรวจสอบพบบ้านเรือนไทยหลังดังกล่าว ที่ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 34 ซ.กรุงธนบุรี ต.บางลำภูล่าง เขตคลองสาน มี แม่ชีร.ต.หญิงกรรณิการ์ ชมศิริ อายุ 80 ปี ข้าราชการบำนาญทหาร เป็นเจ้าของบ้าน


โดยบ้านดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ 167 ตารางวา เป็นบ้านไม้สัก มีสภาพเก่าแต่ยังแข็งแรง ภายในบ้านใช้บานเฟี้ยมกั้นห้อง มีนาฬิกาและแม่ย่านางเรือเก่าแก่เก็บรักษาอยู่ โดยพื้นที่รอบข้างบ้านถูกกว้านซื้อและกำลังก่อสร้างเป็นคอนโด


แม่ชีร.ต.หญิงกรรณิการ์ เล่าว่า บ้านหลังนี้มีอายุ 152 ปี ปัจจุบันมีผู้อาศัย 10 คน ลูก 4 คน ลูกเขย 2 คน หลาน 2 คน แม่ชีและสามี สร้างมาตั้งแต่สมัยร.5 เป็นบ้านที่ คุณชวดคร้าม จุณณะปิยะ เป็นผู้สร้างขึ้นก่อนสืบทอดต่อกันมา สมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เป็นสวนผลไม้มีทั้ง มะม่วง มะพร้าว ส้มโอ ลิ้นจี่ ลำใย ทุเรียน มะนาว มะกรูด สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีคนจีนกับคนอินเดียมาเช่าอยู่เพราะลี้ภัยสงคราม หลายปีที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่จากบริษัทคอนโดมาขอซื้อที่ดินถึง 3 บริษัท ครั้งแรกมาติดต่อ 50 ล้านบาท เมื่อหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งตอนนี้มาติดต่อขอซื้อที่ 85 ล้านบาท แม้กรมที่ดินจะประเมินว่ามีราคาประมาณ 20 กว่าล้านบาทเท่านั้น

แม่ชีกรรณิการ์ ยังบอกอีกว่า ถึงแม้จะถูกพูดจาหว่านล้อมแต่ก็ปฏิเสธไปทันที เนื่องจาก บรรพบุรุษสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ต้องตรากตรำขายหมาก ขายพลู กว่าจะได้เงินทองมา ซึ่งบรรพบุรุษสั่งห้ามไม่ให้ขายบ้านหลังนี้ และปัจจุบันก็มีกินมีใช้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่ต้องขาย แม้เงิน 85 ล้านบาทจะเป็นเงินที่เยอะมาก แต่ไม่สนใจ เงินไม่ใช่ปัจจัยใหญ่ ถึงจะมาขอซื้ออีกก็ยังยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าไม่ขาย ไม่ว่าใครจะมาติดต่อขอซื้อก็ไม่มีทาง

หลังมีการก่อสร้างคอนโดรอบข้างก็ทำให้อากาศร้อนขึ้น เพราะไม่มีลมโกรกตามภูมิปัญญาของบ้านทรงไทย ต้องติดพัดลมเพื่อช่วยคลายร้อน นอกจากนี้การก่อสร้างก็ทำให้ปูน อิฐ ลอยมากระทบจนหลังคาเกิดรอยรั่ว เมื่อฝนตกจึงมีน้ำขังในบ้าน แต่คนในบ้านก็อาศัยอยู่ได้ เพราะ คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก วางอุเบกขา สนใจในธรรมะอย่างเดียว

ด้านนางกมลวรรณ ชมศิริ อายุ 40 ปี ลูกคนที่ 3 กล่าวว่า พี่น้องทุกคนไม่ต้องการขายบ้านหลังนี้ เพราะ อาศัยมาตั้งแต่เกิด มีคุณค่าและความทรงจำมากมาย เงินทองได้มาวันหนึ่งก็หมดไปแต่ที่ดินยังคงอยู่ ซึ่งแถวนี้เดินทางสะดวกเวลาเจ็บป่วยก็ไปรพ.ได้ง่าย ส่วนบ้านเรือนไทยที่อาศัยอยู่ก็ไม่คิดปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นบ้านทันสมัย

ในยุคสมัยที่เงินทองเป็นปัจจัยใจสำคัญสำหรับมนุษย์ แต่ แม่ชีร.ต.หญิงกรรณิการ์ กลับใช้ชีวิตอย่างสมถะ พอใจในสิ่งที่มี และเชื่อว่าเงินทองมากมายอาจสร้างความสุขทางกายแต่สร้างความสุขทางใจไม่ได้ ซึ่งหากคนรุ่นใหม่สนใจ อยากมาเยี่ยมชมบ้านเรือนไทยอายุ 152 ปีนี้ เจ้าของบ้านยินดีต้อนรับทุกคนด้วยความเต็มใจ

ที่มา ข่าวสด


Wednesday, June 1, 2016

ตายคาซาก 3 ศพ!! เครื่องบินเล็กวีไอพีตก-อดีตนายกอบจ.ดับ สลดเมียนักบินร่ำไห้(คลิป)

 

 เมื่อเวลา 05.45 น. วันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.อ.ชัยยุทธ รอดเวียง รอง สว.(สืบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุจากศูนย์นครชัย สภ.เมืองนครพนม ว่า มีอุบัติเหตุเครื่องบินเล็กฝึกบินตกในพื้นที่ ต.โพธิ์ตาก  อ.เมือง จ.นครพนม รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.ท.มานพ มั่นยิ่ง รอง ผกก.สภ.เมืองนครพนม กู้ชีพ 1669 กู้ชีพ อบต.โพธิ์ตาก กู้ชีพ อบจ.นครพนม กู้ชีพ อบต.บ้านผึ้ง และกู้ภัยนครพนม แพทย์เวร ร.พ.นครพนม พร้อม จนท.พฐ.ภ.จว.นครพนม


 ที่เกิดเหตุอยู่ภายในพื้นที่ฐานทัพอากาศ ห่างจากท่าอากาศยานนครพนม และรันเวย์ 2 กิโลเมตร เยื้องปั๊นน้ำมัน ปตท. บ.โพธิ์ตาก หมู่ 6 ต.โพธิ์ตาก พบเครื่องบินฝึกเล็กของวิทยาลัยการบินนานาชาติ  มหาวิทยาลัยนครพนม พบเครื่องบินฝึกบินเล็กของวิทยาลัยดังกล่าว หมายเลขข้างเครื่องตัวระบุ รุ่น DA 42 TDI ลำตัวเครื่องระบุ HS-1 AE ตกกระแทกพื้นหญ้าบริเวณปีกซ้ายของหัวสนามบิน สภาพตัวเครื่องปีกซ้ายและปีกขวาหักงอ ลำตัวเครื่องทะลักออก ส่วนหัวเครื่องระบุชื่อเครื่องบิน “ศรีโคตรบูรณ์” และชิ้นส่วนกระเด็นตกเกลื่อนกระจุยกระจาย ใต้ส่วนหัวเครื่องพบล้อกางออก


 ใกล้ตัวเครื่อง พบเศษชิ้นเนื้อมนุษย์ตกเกลื่อน 6 จุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยสนามบิน จึงนำเชือกมากั้นรอบที่เกิดเหตุรัศมีรอบตัวเครื่อง 50 เมตร เพื่อกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป หลังพบว่ามีกลิ่นน้ำมันไหลรั่วทางปีกเครื่องบินด้านซ้ายและขวา เหม็นคลุ้ง พร้อมยังขอความร่วมมือไม่ให้ไทยมุงจำนวนมากใช้โทรศัพท์ภายในบริเวณที่เกิดเหตุ และยังนำผ้าคลุมขนาดใหญ่มาปิดลำตัวเครื่องจุดที่พบผู้เสียชีวิตไว้ เพื่อรอผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งมาชันสูตร

 ตรวจสอบภายในตัวเครื่อง พบถุงลมนิรภัยทำงานบนที่นั่งด้านหน้าสองแห่ง พบศพ พ.ต.ท.สมบูรณ์ คำบึงรัตนะวงศา วัย 62 ปี หัวหน้าครูฝึกการบิน นั่งบนเบาะคนขับที่นั่งขวา ที่นั่งซ้ายพบ ว่าที่ ร.ต.ชินวุฒิ นวลกลับ อายุ 26 ปี นักบินขับซ้าย ส่วนที่นั่งเบาะหลัง ซึ่งเป็นที่นั่งผู้โดยสารพบศพนายยิ่งยศ อุดรพันธ์ วัย 54 ปี อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม และประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรแห่งชาติ ทั้ง 3 รายเสียชีวิตคาที่คาซากเครื่องบินลำดังกล่าว สภาพศพ ตามลำตัวและใบหน้ามีแผลบอบช้ำจากแรงกระแทก เสื้อผู้เสียชีวิตทั้งหมดเปื้อนคราบเลือดเกรอะกรัง

 ต่อมา ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ซึ่งเป็นเพื่อนของนายยิ่งยศ ผู้เสียชีวิตนั่งเบาะหลัง กล่าวว่า เมื่อคืนเพิ่งจะนั่งสังสรรค์กับอดีตนายก อบจ. ที่โรงแรมแห่งหนึ่งริมฝั่งโขง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับช่วง 4 ทุ่มของกลางดึกวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งรุ่งเช้าได้รับแจ้งจาก ดร.พัฒนพันธ์ วันจันทึก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ซึ่งเป็นหลานนายยิ่งยศ ร่ำไห้อย่างเศร้าสลด โดยได้แจ้งให้ญาติและ ดร.คมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตายมารับศพของสามี โดยอยู่ระหว่างเดินทางมาจุดเกิดเหตุอย่างเร่งรีบ

  ขณะเดียวกันนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯ นครพนม รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม พร้อม รศ.พล.อ.ท.จิระศักดิ์ ชนะสิทธิ์ คณะบดีวิทยาลัยการบินนานาชาติ  มหาวิทยาลัยนครพนม และนายอภิรมย์ มีแก้ว รักษาการ ผอ.ท่าอากาศยานนครพนม ได้เดินทางมาดูจุดเกิดเหตุ และดูสภาพศพผู้เสียชีวิต หลังกู้ภัยลำเลียงศพผู้เสียชีวิตออกมาจากตัวเครื่อง ดร.พัฒนพันธ์ ซึ่งเป็นหลานของนายยิ่งยศ ได้ขอร้องให้แพทย์นำศพผู้เป็นอา พ.ต.ท.สมบูรณ์ และ ว่าที่ ร.ต.ชินวุฒิ ไปชันสูตรที่ ร.พ.นครพนม เนื่องจากเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

 ร.ศ.พล.อ.ท.จิระศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า เครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุลำนี้ วิทยุการบินระบุว่าได้รับแจ้งจากนักบินครูฝึกเพื่อขอลงฉุกเฉิน ขณะบินออกจากสนามบินได้ประมาณ 10 นาที ที่ระดับ 1,500 ฟิตเหนือพื้นดิน ล่าสุดจึงได้แจ้งให้ฝ่ายสืบสวนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม นำเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบหาสาเหตุเครื่องบินฝึกเล็กลำนี้ตกให้แน่ชัดอีกครั้งต่อไป  

 ขณะลำเลียงศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ออกจากตัวเครื่องอย่างทุลักทุเล ได้มี น.ส.วิดาพร นานนุกูล วัย 26 ปี ภรรยาสาวของว่าที่ ร.ต.ชินวุฒิ นักบินขับที่นั่งซ้าย ทันทีที่เห็นหน้าศพสามี ถึงกับเข่าทรุดไปกองกับพื้น ร้องไห้ปิ่มใจจะขาดนานกว่า 10 นาที จนเพื่อนที่มาด้วยและญาติต้องเข้าปลอบประโลม บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด

 ด้านนายปิยะ ชารีพันธ์ อายุ 44 ปี กู้ชีพ อบต.โพธิ์ตาก ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะมาวิ่งออกกำลังกายที่บริเวณหน้าสนามบิน พบเห็นเครื่องบินลำนี้บินเลี้ยวอ้อมเฉียดหลังปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนทางหลวง 22 สักพักได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดับวูบลง กระทั่งบินต่ำลงฉุกเฉินบริเวณทุ่งหญ้าห่างปั๊มราว 1 กิโลเมตร พบควันดำลอยโขมง แต่ไม่พบเปลวไฟลุกไหม้ ก่อนแจ้งให้กู้ชีพ 1669 ประสานเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

 รายงานข่าวระบุว่า ก่อนเกิดเหตุนายยิ่งยศ อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นอาของ ดร.พัฒนพันธ์ ซึ่งเป็นผู้โดยสารเที่ยวบินวีไอพี.ลำนี้ จะเดินทางเร่งด่วนไปประชุมที่กรุงเทพฯ กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุอย่างเศร้าสลด ขณะร่อนลงฉุกเฉินเป็นเหตุให้เสียชีวิตตายหมู่ 3 ราย ขณะเดียวกันทีมสอบสวน จากสำนักปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางโดยสารมากับเครื่องบินพาณิชย์เที่ยวเช้า  กำลังเร่งตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

  ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เครื่องบินฝึกเล็กของวิทยาลัยการบินนานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม รุ่นเดียวกันชื่อว่า “เรณูนคร” ได้ประสบอุบัติเหตุตกที่บริเวณทุ่งนา บ.หนองดู่ ต.นาใน อ.โพนสวรรค์  ห่างจากสนามบินราว 5 กิโลเมตรมาแล้ว ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ในครั้งนั้นนักบินครูฝึกและศิษย์การบิน 2 คนรอดตายอย่างระทึกขวัญ 

  สำหรับเครื่องบินชนิดนี้ หลังเปิดทำการสอนนาน 9 ปี ก็มีลูกหลานเศรษฐีนักบินชาวไทยและชาวต่างชาติ จากหลายประเทศในอาเซียน เช่น ลาว และนักเรียนฝึกบินจากสายการบินพาณิชย์ชื่อดังหลายแห่งที่แห่มาเรียนฝึกบินหลายรุ่นแล้ว และเล่าเรียนในระยะเวลา 2 ปี ค่าเทอมประมาณกว่า 2.2 ล้านบาท ที่วิทยาลัยการบินนานาชาติแห่งนี้ ใช้งานมานาน 7 ปี พบว่าเพิ่งจะเกิดอุบัติเหตุเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 ปี



ที่มา ข่าวสด


Sunday, May 29, 2016

ไม่ใช่ตำรวจ! หนุ่มขับเก๋งไหลชนท้ายรถตู้ขอโทษ เผยป่วยทางประสาท (ชมคลิป)

 

เกิดเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล กรณีสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อว่า Chalisa Chairrmwongngam ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างคนขับรถตู้และรถเก๋ง หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกัน ซึ่งในเหตุการณ์ ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนขับรถชน และคนขับรถเก๋ง ได้อ้างว่าตนเองเป็นตำรวจด้วย ซึ่งผู้โพสต์ระบุข้อความว่า "ช่วยแชร์กันต่อด้วยค่ะ เพิ่งเกิดเมื่อกี้เลยค่ะ” หลังจากที่คลิปได้เผยแพร่ออกไปชาวเน็ตแห่ชมคลิปนี้กว่า 6 แสนครั้งแล้ว และแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก


ขณะที่ คนขับรถตู้ได้เปิดเผยกับสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่าน ตนได้ขับรถตู้รับส่งนักเรียนไปจอดรอรับนักเรียน ที่โรงเรียนราชินีบูรณะ จังหวัดนครปฐม ตามปกติ แต่จู่ๆ ก็มีรถเก๋งที่มาจอดต่อท้ายไหลมาชน และอ้างว่าเป็นตำรวจ ก่อนที่คนขับรถเก๋งจะขับรถหนีไป ซึ่งรถของตนไม่ได้เสียหายอะไรมาก จึงไม่ได้ติดใจเอาความอะไร


ล่าสุดวันที่ 29 พ.ค. เฟซบุ๊กของตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม หน่วยงานราชการ ก็ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชายในคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นตำรวจ ไม่ใช่ตำรวจจริง ใจความส่วนหนึ่งระบุว่า

"ชายคนดังกล่าวที่อ้างตนว่าเป็นตำรวจนั้น ชื่อ นายสามารถ แก้วบุบผา อายุ 50 ปี เป็นลูกจ้างประจำตำแหน่งพนักงานพิมพ์ดีด ประจำสำนักงานสรรพากรภาค 6 (นครปฐม) จึงเชิญตัวนายสามารถมาให้การ สารภาพว่า รถยนต์ของตนได้ไหลไปชนท้ายรถตู้คู่กรณีจริง ประกอบกับญาติของนายสามารถให้การว่า นายสามารถมีอาการป่วยทางประสาท และกำลังรักษาอยู่ที่สถาบันประสาทวิทยาอย่างต่อเนื่อง หากนายสามารถโมโหจะควบคุมตนเองไม่ได้ จะมีอารมณ์รุนแรงและใช้ถ้อยคำรุนแรงด่าทอผู้อื่น หากไม่ได้มีอารมณ์โกรธหรือโมโห ก็จะเหมือนคนปกติทั่วไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม จึงสอบปากคำ ตรวจสอบประวัติ และทำการเปรียบเทียบปรับนายสามารถในข้อหา ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ และทำการว่ากล่าวตักเตือนนายสามารถ และแจ้งให้ญาติควบคุมดูแลนายสามารถไม่ให้ออกมาขับรถอีก อีกทั้งคู่กรณีอีกฝ่ายไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด เนื่องจารถยนต์ที่ชนกันทั้งสองคันมิได้เกิดความเสียหาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอชี้แจงให้ประชาชนทุกท่านทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ และขอความเห็นใจให้แก่นายสามารถ ซึ่งมีอาการป่วยทางประสาท และกำลังรักษาอยู่ที่สถาบันประสาทวิทยาอย่างต่อเนื่อง และนายสามารถ ได้กล่าวขอโทษถึงคู่กรณีอีกฝ่ายที่ตนได้ใช้ถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ และขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่ได้แอบอ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกต่อไป"

ขอบคุณภาพจาก ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม หน่วยงานราชการ



ที่มา ไทยรัฐออนไลน์


Wednesday, May 25, 2016

เปิดวงจรปิดนาทีโจรโหด เดินปรี่เข้าไปจ้วงแทงดื้อๆ จนหนุ่มวิศวะดับ หวังชิงจยย.

 

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.อัครวัฒน์ สินขจรภิรมย์ สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุมีชายถูกแทงเสียชีวิต บริเวณหน้าหมู่บ้านกลางเมือง แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รองผบก .น.2 พ.ต.อ.ภานุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(สพฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


ที่เกิดเหตุบริเวณป้ายหน้าหมู่บ้านอยู่ระหว่างซอยลาดพร้าว 23 กับซอยลาดพร้าว 25 พบศพนายนเรศ หวังทางมี อายุ 33 ปี นอนหงายจมกองเลือด อาชีพ วิศวกรระบบ บริษัทวิซเวอร์ค สวมเสื้อแจ็ดเก็ตสีดำคลุมทับด้วยเสื้อยืดคอกลมสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว จากการตรวจสอบสภาพศพพบบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าบริเวณใต้ราวนมซ้ายจำนวน 1 แผล ใกล้กันพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดง ทะเบียน 2กถ1261กทม.ล้มตะแคงซ้ายอยู่ โดยมีเพื่อนร่วมงานนั่งร่ำไห้อยู่ข้างศพ

 จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น.ขณะที่นายนเรศ ได้จอดรถจยย.รอแฟนสาวที่ลงไปซื้อกับข้าวเพื่อไปกินกันที่ห้องพัก โดยบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดที่มีประชาชนเดินพลุกพล่านใกล้เคียงป้ายรถเมล์และมีร้านค้าตั้งขายกับข้าวอยู่ ระหว่างนั้นเองมีชายสูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อยีนส์แขนยาว กางเกงยีนส์เดินตามมาด้านหลังก่อนใช้อาวุธมีดแทงเข้าไปบริเวณหน้าอกก่อนผลักผู้ตายกระเด็นออกจากรถจยย. ก่อนที่คนร้ายจะขึ้นคร่อมรถจยย.เพื่อจะหลบหนี แต่ขณะนั้นนายนเรศผู้ตายยังมีแรงอยู่ จึงได้ร้องตะโกนขอความชั่วเหลือ ก่อนมีพลเมืองดีเป็นชายมาช่วยยื้อรถจยย.ไม่ให้หลบหนี จากนั้นคนร้ายจึงวิ่งหลบหนีไปตามทางเท้ามุ่งหน้าถ.ลาดพร้าวขาออกอย่างลอยนวล

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุครั้งนี้ไว้ 2 ประเด็น ทั้งการชิงทรัพย์ รถจยย.คันที่ผู้ตายใช้ขับขี่และเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี และสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อเร่งจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป



ที่มา ข่าวสด


Sunday, May 22, 2016

FBไลฟ์เดือด สาวเน็ตไอดอลปะทะเจ้าของร้านอาหาร ฉุนโดนไล่เพราะปล่อยเด็กอึหน้าห้องน้ำ(คลิป)

 

 กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในโลกออนไลน์ เมื่อกลุ่มสาวๆที่ระบุว่าเป็นเน็ตไอดอลได้พาครอบครัว ซึ่งมีลูกเด็กเล็กแดงหลายคนไปกินอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งแล้วมีการเฟซบุ๊คไลฟ์บรรยากาศในร้านอย่างครึกครื้น แต่ปรากฏว่าทางร้านได้เชิญพวกเธอและเพื่อนๆ ให้เช็กบิลค่าอาหารและออกจากร้านไป บอกว่าสร้างความวุ่นวายและรบกวนผู้อื่น


 ทำให้กลุ่มหญิงสาวไม่พอใจ เนื่องจากทางร้านให้เหตุผลว่าลูกหลานที่พามาด้วยสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับลูกค้าคนอื่นๆ ที่อยู่ในร้าน กลุ่มหญิงสาวจึงพูดด่าทอระบายผ่านการไลฟ์สตรีม ก่อนที่เหตุการณ์เริ่มบานปลาย เมื่อหญิงวัยกลางคนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นเจ้าของร้านอาหาร เดินเข้ามาเชิญกลุ่มดังกล่าวออกจากร้าน จนกลายเป็นการเปิดฉากวิวาทะกันกลางร้าน ชายสวมเสื้อสีแดงคนหนึ่งทำท่าทางคว้าโต๊ะเล็กๆจะทุ่มใส่กลุ่มสาวๆ แต่ยั้งใจไว้ได้

 อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวถูกแชร์เผยแพร่ออกไป ต่อมามีคนที่ระบุว่าเป็นผู้รับประทานอาหารร้านดังกล่าวในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ได้อธิบายว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพราะเด็กผู้ชายฉี่ใส่กระถางต้นไม้ ส่วนเด็กผู้หญิงอ้วก อีกทั้งกลุ่มคนเหล่านี้พูดกันเสียงดังมาก ไม่สนใจเด็ก แต่ว่าฟางเส้นสุดท้ายของทางร้าน คือ การที่เด็กผู้ชายกำลังจะถอดกางเกงอึหน้าห้องน้ำ จึงทำให้เจ้าของร้านแจ้งให้ลูกค้ากลุ่มนี้เช็กบิลและออกจากร้าน

 หลังจากกรณีดังกล่าวเผยแพร่ออกไป สังคมออนไลน์กระหน่ำวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ส่วนใหญ่ไปในทางลบ ทำให้หนึ่งในแก๊งหญิงสาวได้ออกมาโพสต์ขอโทษผ่านทางเฟซบุ๊กที่ดูแลลูกหลานไม่ดี สร้างความวุ่นวายให้คนอื่น และขอโทษร้านอาหารด้วยที่ต่อว่าด่าทอรุนแรง ยอมรับว่ากลุ่มตัวเองผิดจริงๆ



ที่มา ข่าวสด


กด Like เพื่อร่วมติดตามข่าวใหม่ๆก่อนใคร

Advertisement

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด

Flag Counter

Powered by Blogger.

กด Like = 1 กำลังใจ
กดพื้นที่ว่างหรือกากบาทด้านล่างเพื่ออ่านข่าว

Powered By | Blog Gadgets