หนุ่มเมาถือปืนตามเมีย-หึงตบตี ยิงพี่เมียหลบทัน-เจอสวนคว้ามีดฟันดับ ตร.สงสัยทำไมคอหัก!!
วันที่ 10 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ชัยวัฒน์ เศรษฐสุข พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เป็นชาย 1 ราย จึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองกำแพงเพชร และหน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชร เดินทางไปบ้านที่เกิดเหตุ บริเวณ บ้านหนองกลด หมู่ 2 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ที่เกิดเหตุพบศพของนายนคร ปรางศรี อายุ 44 ปี อยู่ ต.สระแก้ว นอนเสียชีวิตที่พื้นดินใกล้กับแคร่หน้าบ้าน นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทา ไม่สวมเสื้อ บริเวณที่คอมีรอยบาดแผลจากของมีคม บาดแผลมีความยาว 9 เซนติเมตร ไม่พบร่องรอยอื่นตามร่างกาย และพบว่ากระดูกคอหัก และยังพบว่านางสาวสมพัด (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต มีอาการเป็นลม ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร
นางลำไย อายุ 49 ปี เจ้าของบ้าน บอกว่า คนตายเป็นน้องเขย ส่วนน้องสาวเป็นลมพาไปส่งโรงพยาบาล และคู่กรณีก็คือน้องชายของตนเอง คือ นายแจ่ม อายุ 44 ปี น้องชายของตนเช่นกัน ก่อนเกิดเหตุน้องสาวได้มาหาตน และได้ร่วมวงนั่งดื่มเหล้ากันอยู่หลายคน น้องเขย คือ นายนคร ในสภาพดื่มมาเช่นกัน ได้มาตามภรรยาให้กลับบ้าน และมีปากเสียงกัน โดยตบหน้าน้องสาว ตนจึงได้ห้ามปราม จนเลิกรากันไป
น้องเขยได้เดินหายออกไป ทราบว่าออกไปซื้อเบียร์ที่ร้านค้า และไปดื่มต่อที่บ้านของเพื่อน ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งตนได้เข้านอนแล้ว ได้ยินเสียงทะเลาะกันที่แคร่หน้าบ้าน มีน้องชายคือ นายแจ่ม ได้ออกไปกินเหล้ากลับมาเมื่อไหร่ไม่รู้อยู่ด้านนอกด้วย จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เมื่อออกไปดูก็เห็นน้องเขยนอนอยู่ที่พื้นแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามจับตัวนายแจ่มได้อยู่ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุ และนำตัวมาสอบสวนผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ตนออกไปกินเหล้ากับเพื่อนนอกบ้าน และกลับมา ตนก็ไม่รู้ว่าน้องเขยมาตามน้องสาวและมีเรื่องกันกลับออกไปแล้วในรอบแรก ตนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงน้องเขยที่กลับมารอบที่สองมีปากเสียงกับน้องสาว ตนได้ออกไปดูที่หน้าบ้าน น้องเขยดึงแขนน้องสาวอยู่ และขู่ว่าเป็นเรื่องของครอบครัวอย่ายุ่ง พร้อมกับมีอาวุธปืนมาด้วย
ตนได้บอกให้ค่อยๆ คุยกัน ทำไมต้องเอาปืนมาขู่กันด้วย ขณะเดียวกันน้องเขยได้ล้วงเอาปืนออกมาจากเอวและลั่นกระสุนใส่ตนในระยะเผาขน แต่ตนเอี้ยวตัวหลบ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ผลักน้องเขยจนล้ม จากนั้นได้ชักมีดที่เหน็บอยู่ที่เอวด้านหลังฟาดไป 1 ครั้ง ก่อนจะเผ่นหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ โดยให้การว่าไม่คิดหลบหนีตำรวจ เพราะตนต่อสู้ไปเพื่อป้องกันตัว
ด้านนางสาวสมพัด นอนอยู่บนเตียงคนไข้โรงพยาบาลกำแพงเพชร เปิดเผยเหตุการณ์ว่า ตนกับสามีงอนกันตั้งแต่เช้า เรื่องที่ตนไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้วกลับบ้านช้า ทุกวันจะออกไปรับจ้างฉีดยาตามไร่ทุกวัน และวันนี้หยุด ตนจึงไปบ้านญาติและบ้านเพื่อนจึงกลับช้า สามีเป็นคนขี้หึงมาก งอนกันจนถึงบ่าย ตนได้ออกไปเที่ยวหาพี่สาวบ้านที่เกิดเหตุ สามีก็ไปตามทะเลาะกับตนและตบตีตน ตนก็บอกว่ายังไม่กลับ และบอกไปอีกว่ามาตบตีตนหลายครั้งแล้ว จำไว้ถ้าเจ็บป่วยบ้างจะไม่ดูแลสามี จากนั้นสามีก็ออกไปนาน 2-3 ชั่วโมง ไปอยู่ที่บ้านของเพื่อน แล้วก็ย้อนกลับมาพร้อมกับมีอาวุธปืนลูกซองสั้นมาด้วย
ทั้งนี้อยู่ด้วยกันมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยเห็นว่ามีปืนมาก่อน จากนั้นก็ดึงแขนตนบอกให้ตนกลับบ้าน นายแจ่มพี่ชายของตน เข้ามาพอดี และมีปากเสียงกัน สามีก็ชักปืนยิงไป 1 นัด ตนไม่ได้มองว่าถูกใครบ้าง พี่ชายก็เข้ามาฟันจนสามีล้มลง นอนชักกระตุกไม่กี่ทีก็แน่นิ่งไป ตนเห็นก็เป็นลมล้มพับ จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด ต้องรอสอบสวนพยานที่เกิดเหตุอีกครั้ง และรอผลพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตว่าคอหักหรือถูกมีดเป็นเหตุให้เสียชีวิตเพื่อมาประกอบในการดำเนินคดีนี้ เพื่อให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายต่อไป
ที่มา ข่าวสด

นางลำไย อายุ 49 ปี เจ้าของบ้าน บอกว่า คนตายเป็นน้องเขย ส่วนน้องสาวเป็นลมพาไปส่งโรงพยาบาล และคู่กรณีก็คือน้องชายของตนเอง คือ นายแจ่ม อายุ 44 ปี น้องชายของตนเช่นกัน ก่อนเกิดเหตุน้องสาวได้มาหาตน และได้ร่วมวงนั่งดื่มเหล้ากันอยู่หลายคน น้องเขย คือ นายนคร ในสภาพดื่มมาเช่นกัน ได้มาตามภรรยาให้กลับบ้าน และมีปากเสียงกัน โดยตบหน้าน้องสาว ตนจึงได้ห้ามปราม จนเลิกรากันไป
น้องเขยได้เดินหายออกไป ทราบว่าออกไปซื้อเบียร์ที่ร้านค้า และไปดื่มต่อที่บ้านของเพื่อน ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งตนได้เข้านอนแล้ว ได้ยินเสียงทะเลาะกันที่แคร่หน้าบ้าน มีน้องชายคือ นายแจ่ม ได้ออกไปกินเหล้ากลับมาเมื่อไหร่ไม่รู้อยู่ด้านนอกด้วย จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เมื่อออกไปดูก็เห็นน้องเขยนอนอยู่ที่พื้นแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามจับตัวนายแจ่มได้อยู่ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุ และนำตัวมาสอบสวนผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ตนออกไปกินเหล้ากับเพื่อนนอกบ้าน และกลับมา ตนก็ไม่รู้ว่าน้องเขยมาตามน้องสาวและมีเรื่องกันกลับออกไปแล้วในรอบแรก ตนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงน้องเขยที่กลับมารอบที่สองมีปากเสียงกับน้องสาว ตนได้ออกไปดูที่หน้าบ้าน น้องเขยดึงแขนน้องสาวอยู่ และขู่ว่าเป็นเรื่องของครอบครัวอย่ายุ่ง พร้อมกับมีอาวุธปืนมาด้วย
ตนได้บอกให้ค่อยๆ คุยกัน ทำไมต้องเอาปืนมาขู่กันด้วย ขณะเดียวกันน้องเขยได้ล้วงเอาปืนออกมาจากเอวและลั่นกระสุนใส่ตนในระยะเผาขน แต่ตนเอี้ยวตัวหลบ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ผลักน้องเขยจนล้ม จากนั้นได้ชักมีดที่เหน็บอยู่ที่เอวด้านหลังฟาดไป 1 ครั้ง ก่อนจะเผ่นหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ โดยให้การว่าไม่คิดหลบหนีตำรวจ เพราะตนต่อสู้ไปเพื่อป้องกันตัว

ด้านนางสาวสมพัด นอนอยู่บนเตียงคนไข้โรงพยาบาลกำแพงเพชร เปิดเผยเหตุการณ์ว่า ตนกับสามีงอนกันตั้งแต่เช้า เรื่องที่ตนไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้วกลับบ้านช้า ทุกวันจะออกไปรับจ้างฉีดยาตามไร่ทุกวัน และวันนี้หยุด ตนจึงไปบ้านญาติและบ้านเพื่อนจึงกลับช้า สามีเป็นคนขี้หึงมาก งอนกันจนถึงบ่าย ตนได้ออกไปเที่ยวหาพี่สาวบ้านที่เกิดเหตุ สามีก็ไปตามทะเลาะกับตนและตบตีตน ตนก็บอกว่ายังไม่กลับ และบอกไปอีกว่ามาตบตีตนหลายครั้งแล้ว จำไว้ถ้าเจ็บป่วยบ้างจะไม่ดูแลสามี จากนั้นสามีก็ออกไปนาน 2-3 ชั่วโมง ไปอยู่ที่บ้านของเพื่อน แล้วก็ย้อนกลับมาพร้อมกับมีอาวุธปืนลูกซองสั้นมาด้วย
ทั้งนี้อยู่ด้วยกันมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยเห็นว่ามีปืนมาก่อน จากนั้นก็ดึงแขนตนบอกให้ตนกลับบ้าน นายแจ่มพี่ชายของตน เข้ามาพอดี และมีปากเสียงกัน สามีก็ชักปืนยิงไป 1 นัด ตนไม่ได้มองว่าถูกใครบ้าง พี่ชายก็เข้ามาฟันจนสามีล้มลง นอนชักกระตุกไม่กี่ทีก็แน่นิ่งไป ตนเห็นก็เป็นลมล้มพับ จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด ต้องรอสอบสวนพยานที่เกิดเหตุอีกครั้ง และรอผลพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตว่าคอหักหรือถูกมีดเป็นเหตุให้เสียชีวิตเพื่อมาประกอบในการดำเนินคดีนี้ เพื่อให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายต่อไป
ที่มา ข่าวสด
0 comments:
Post a Comment