โจรผัวเมียเด็กฉกปืน-ระเบิด หวังบึ้มปล้นร้านทอง-หลังขโมยดะ แม่ยายไล่-หิ้วเมียนอนข้างถนน
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่หน้า สภ.เมืองอุดรธานี พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยพงษ์ ทรงพลนภจร รอง ผบก.ฯ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.สรรธาน อินทรจักร ผกก.สภ.กุมภวาปี พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.สุมิตร นันสถิตย์ รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ต.อาทิตย์ จันทา สว.สส.ฯ พ.ต.ต.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง สว.สส.ฯ พ.ต.ต.ศัลย์ พินิจวัฒนา สว.สส.ฯ ร.ต.อ.อรรคพล ยี่เกาะ รอง สว.สส.ฯ ร.ต.อ.จตุพร เบ็ญจกุล ร.ต.ท.บรรจง พาโคตร ร.ต.ท.วิเชียร คล้อยดี และกำลังจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์มาโชกโชน และเตรียมการปล้นร้านทองรวมไปถึงการครอบครองอาวุธสงคราม จับกุมได้ผู้ต้องหา 2 คน เป็นสามีภรรยากัน คือ นายสันติภาพ กล้าหาญ อายุ 20 ปี อยู่ ต.โนนสะอาด อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี และ น.ส.กมลพร อายุ 18 ปี อยู่ ต.สีออ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี
พร้อมของกลาง ประกอบด้วย 1.อาวุธปืนยาว ปลย.33 จำนวน 1 กระบอก (ใช้กับกระสุนขนาดเอ็ม 60 สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ยิงช้างล้มทั้งยืนเท่ากับปืนไรเฟิล) 2.ระเบิดชนิดขว้างแบบ K 75 จำนวน 2 ลูก 3.เครื่องกระสุนปืน เอ็ม16 หรือ ขนาด 5.56 จำนวน 40 นัด 4.รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียนป้ายแดง ขมค-919 อุดรธานี จำนวน 1 คัน 5.รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีฟ้า ไม่ติดทะเบียน 1 คัน 6.รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ไม่ติดทะเบียน 1 คัน 7.โทรทัศน์ LCD ยี่ห้อโซนี่ ขนาด 48 นิ้ว 1 เครื่อง 8.โทรทัศน์ LED ยี่ห้อแอลจี ขนาด 42 นิ้ว 1 เครื่อง 9.โน้ตบุ๊กจำนวน 3 เครื่อง 10.สว่านไฟฟ้า 1 ชุด 11.เอกสารการจำนำทรัพย์สิน 8 ชุด
พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ฯ กล่าวว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมามีเหตุงัดบ้านเรือน หอพัก ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักข้าราชการ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเหตุจะเกิดขึ้นบริเวณตำบลรอบนอกเป็นส่วนใหญ่ กระทั่งชุดสืบสวนสืบทราบว่าจะมีการก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่บ้านหนองหมื่นท้าว จึงเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเป็นสองสามีภรรยาขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ทะเบียนป้ายแดง ไปวนเวียนในหมู่บ้านด้อมๆ มองบ้านที่ปิดไว้ เจ้าของออกไปทำงาน จึงเข้าตรวจค้น แต่ผู้ชายไหวตัวทันหลบหนีไปได้ จับกุมได้เพียง น.ส.กมลพร อายุ 18 ปี พร้อมของกลางมีโน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ตั๋วจำนำ 7 แผ่น และกระเป๋าเสื้อผ้า โดยบอกว่าเป็นของสามีที่หลบหนีไป ต่อมาตำรวจตามไปจับกุมตัวนายสันติภาพ อายุ 20 ปี ได้ขณะกลับไปเอาทรัพย์สินที่ซ่อนไว้ในบ้านสีออ ต.สีออ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี และตรวจยึดได้อาวุธปืนยาว ลูกระเบิด กระสุน เอ็ม 16 จำนวนมาก ซึ่งเบื้องต้นรับสารภาพว่าเตรียมไปก่อเหตุปล้นร้านทอง
ด้าน พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากนั้นได้สอบสวนขยายผลผู้ต้องหาจนติดตามยึดทรัพย์สินคืนมาได้บางส่วน มีทั้งรถจักรยานยนต์ 3 คัน โทรทัศน์ โน้ตบุ๊ก ส่วนใหญ่ขายขาดไปหมดแล้ว ผู้ต้องหารายนี้รับสารภาพว่าก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ในเขตพื้นที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร อ.โนนสะอาด อ.กุมภวาปี อ.เมือง จ.อุดรธานี มากว่า 10 ครั้ง ส่วนงัดแงะบ้านพักลักทรัพย์สินมากว่า 20 ครั้ง และเลือกเฉพาะบ้านที่เป็นข้าราชการเสียส่วนใหญ่
ล่าสุดงัดบ้านพักแถว ต.โนนสูงของ น.ส.วัชราภรณ์ บุญเกิด อายุ 41 ปี ครู ร.ร.เทศบาลฯ ได้โทรทัศน์สี 1 เครื่อง , งัดบ้านข้าวสาร หลายหลังได้ โน้ตบุ๊ก เงินสด งัดร้านวัสดุก่อสร้าง และหลังหนึ่งในเขต ต.โนนสูง ได้อาวุธปืนยาว ลูกระเบิด แต่เป็นอาวุธสงคราม ผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความ โดยผู้ต้องหาจงใจขโมยเพื่อเตรียมการในการปล้นร้านทอง
ประวัตินายสันติภาพ เคยถูกจับคดีลักทรัพย์มาตั้งแต่เป็นเยาวชน และถูกจับคดีร่วมกันครอบครองยาไอซ์ ติดคุกนาน 2 ปี 6 เดือน เพิ่งพ้นโทษออกมา ก็พากันตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์เอามาดัดแปลงไว้ใช้หลายคันสลับกันไป เพื่อไม่ให้ตำรวจจำได้ แล้วตระเวนไปงัดบ้านพักที่เจ้าของบ้านไปทำงานและปิดบ้านไว้หลายวัน
ด้านนายสันติภาพ ผู้ต้องหารายนี้ ยอมรับสารภาพว่า ตั้งแต่พ้นโทษออกมา ก็ยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และมีภรรยา ก็ถูกแม่ยายไล่ออกจากบ้าน จึงพาภรรยาไปพักตามศาลาที่พักผู้โดยสาร ก่อนจะตัดสินใจพากันไปลักทรัพย์เพื่อเอาเงินไปเช่าห้องอยู่ มีอยู่หลังหนึ่งในเขต อ.โนนสะอาด เจ้าของบ้านไม่อยู่ เข้าไปขโมยถอดแอร์ไปขาย แต่ร้านไม่รับซื้อ เพราะไม่มีคอมเพรสเซอร์ จึงย้อนกลับไปขโมยคอมเพรสเซอร์อีกรอบ รวมทั้งเครื่องซักผ้า เตาแก๊ส เอาหมด เงินหมดก็ไปนอนตามศาลาข้างทาง เมื่อเร็วๆนี้คุยกับภรรยาว่าจะหาเงินก้อน ด้วยการปล้นร้านทอง แต่ไม่มีอาวุธปืน จึงได้เลือกงัดบ้านข้าราชการ และก็ได้ปืนและระเบิดมาด้วย จากนั้นขับรถพาภรรยาไปเลือกร้านทองใจกลางเมืองอุดรฯมาแล้ว หวังจะใช้ระเบิดขว้างใส่ร้านเพื่อเข้าไปขโมยทอง หากมีการต่อสู้ขัดขืน แต่ก็มาถูกจับได้เสียก่อน
จากนั้นจึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไว้ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร และแจ้งข้อกล่าวหานายสันติภาพเพิ่มเติมว่า มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกหมาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนท้องที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครอง โดยผิดกฎหมาย”
ที่มา ข่าวสด

พร้อมของกลาง ประกอบด้วย 1.อาวุธปืนยาว ปลย.33 จำนวน 1 กระบอก (ใช้กับกระสุนขนาดเอ็ม 60 สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ยิงช้างล้มทั้งยืนเท่ากับปืนไรเฟิล) 2.ระเบิดชนิดขว้างแบบ K 75 จำนวน 2 ลูก 3.เครื่องกระสุนปืน เอ็ม16 หรือ ขนาด 5.56 จำนวน 40 นัด 4.รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียนป้ายแดง ขมค-919 อุดรธานี จำนวน 1 คัน 5.รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีฟ้า ไม่ติดทะเบียน 1 คัน 6.รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ไม่ติดทะเบียน 1 คัน 7.โทรทัศน์ LCD ยี่ห้อโซนี่ ขนาด 48 นิ้ว 1 เครื่อง 8.โทรทัศน์ LED ยี่ห้อแอลจี ขนาด 42 นิ้ว 1 เครื่อง 9.โน้ตบุ๊กจำนวน 3 เครื่อง 10.สว่านไฟฟ้า 1 ชุด 11.เอกสารการจำนำทรัพย์สิน 8 ชุด
พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ฯ กล่าวว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมามีเหตุงัดบ้านเรือน หอพัก ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักข้าราชการ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเหตุจะเกิดขึ้นบริเวณตำบลรอบนอกเป็นส่วนใหญ่ กระทั่งชุดสืบสวนสืบทราบว่าจะมีการก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่บ้านหนองหมื่นท้าว จึงเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเป็นสองสามีภรรยาขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ทะเบียนป้ายแดง ไปวนเวียนในหมู่บ้านด้อมๆ มองบ้านที่ปิดไว้ เจ้าของออกไปทำงาน จึงเข้าตรวจค้น แต่ผู้ชายไหวตัวทันหลบหนีไปได้ จับกุมได้เพียง น.ส.กมลพร อายุ 18 ปี พร้อมของกลางมีโน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ตั๋วจำนำ 7 แผ่น และกระเป๋าเสื้อผ้า โดยบอกว่าเป็นของสามีที่หลบหนีไป ต่อมาตำรวจตามไปจับกุมตัวนายสันติภาพ อายุ 20 ปี ได้ขณะกลับไปเอาทรัพย์สินที่ซ่อนไว้ในบ้านสีออ ต.สีออ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี และตรวจยึดได้อาวุธปืนยาว ลูกระเบิด กระสุน เอ็ม 16 จำนวนมาก ซึ่งเบื้องต้นรับสารภาพว่าเตรียมไปก่อเหตุปล้นร้านทอง
ด้าน พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากนั้นได้สอบสวนขยายผลผู้ต้องหาจนติดตามยึดทรัพย์สินคืนมาได้บางส่วน มีทั้งรถจักรยานยนต์ 3 คัน โทรทัศน์ โน้ตบุ๊ก ส่วนใหญ่ขายขาดไปหมดแล้ว ผู้ต้องหารายนี้รับสารภาพว่าก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ในเขตพื้นที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร อ.โนนสะอาด อ.กุมภวาปี อ.เมือง จ.อุดรธานี มากว่า 10 ครั้ง ส่วนงัดแงะบ้านพักลักทรัพย์สินมากว่า 20 ครั้ง และเลือกเฉพาะบ้านที่เป็นข้าราชการเสียส่วนใหญ่

ล่าสุดงัดบ้านพักแถว ต.โนนสูงของ น.ส.วัชราภรณ์ บุญเกิด อายุ 41 ปี ครู ร.ร.เทศบาลฯ ได้โทรทัศน์สี 1 เครื่อง , งัดบ้านข้าวสาร หลายหลังได้ โน้ตบุ๊ก เงินสด งัดร้านวัสดุก่อสร้าง และหลังหนึ่งในเขต ต.โนนสูง ได้อาวุธปืนยาว ลูกระเบิด แต่เป็นอาวุธสงคราม ผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความ โดยผู้ต้องหาจงใจขโมยเพื่อเตรียมการในการปล้นร้านทอง
ประวัตินายสันติภาพ เคยถูกจับคดีลักทรัพย์มาตั้งแต่เป็นเยาวชน และถูกจับคดีร่วมกันครอบครองยาไอซ์ ติดคุกนาน 2 ปี 6 เดือน เพิ่งพ้นโทษออกมา ก็พากันตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์เอามาดัดแปลงไว้ใช้หลายคันสลับกันไป เพื่อไม่ให้ตำรวจจำได้ แล้วตระเวนไปงัดบ้านพักที่เจ้าของบ้านไปทำงานและปิดบ้านไว้หลายวัน
ด้านนายสันติภาพ ผู้ต้องหารายนี้ ยอมรับสารภาพว่า ตั้งแต่พ้นโทษออกมา ก็ยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และมีภรรยา ก็ถูกแม่ยายไล่ออกจากบ้าน จึงพาภรรยาไปพักตามศาลาที่พักผู้โดยสาร ก่อนจะตัดสินใจพากันไปลักทรัพย์เพื่อเอาเงินไปเช่าห้องอยู่ มีอยู่หลังหนึ่งในเขต อ.โนนสะอาด เจ้าของบ้านไม่อยู่ เข้าไปขโมยถอดแอร์ไปขาย แต่ร้านไม่รับซื้อ เพราะไม่มีคอมเพรสเซอร์ จึงย้อนกลับไปขโมยคอมเพรสเซอร์อีกรอบ รวมทั้งเครื่องซักผ้า เตาแก๊ส เอาหมด เงินหมดก็ไปนอนตามศาลาข้างทาง เมื่อเร็วๆนี้คุยกับภรรยาว่าจะหาเงินก้อน ด้วยการปล้นร้านทอง แต่ไม่มีอาวุธปืน จึงได้เลือกงัดบ้านข้าราชการ และก็ได้ปืนและระเบิดมาด้วย จากนั้นขับรถพาภรรยาไปเลือกร้านทองใจกลางเมืองอุดรฯมาแล้ว หวังจะใช้ระเบิดขว้างใส่ร้านเพื่อเข้าไปขโมยทอง หากมีการต่อสู้ขัดขืน แต่ก็มาถูกจับได้เสียก่อน
จากนั้นจึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไว้ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร และแจ้งข้อกล่าวหานายสันติภาพเพิ่มเติมว่า มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกหมาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนท้องที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครอง โดยผิดกฎหมาย”
ที่มา ข่าวสด
0 comments:
Post a Comment