Sunday, June 28, 2015

ศพสาวดิ่งคอนโดหรูดับสยองร่างเละ ที่แท้ดญ.วัย14-ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ!!

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. ร.ต.ท.บุญลือ ทางตรง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ รับแจ้งเหตุหญิงพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในอาคารแห่งหนึ่ง ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช จาก รพ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


 ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัยหรู สูง 70 ชั้น โดยชั้น 2-8 เป็นที่จอดรถ บริเวณชั้นที่ 9 เป็นฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ส่วนบริเวณชั้น 10-70 เป็นที่พักอาศัย จากการตรวจสอบบริเวณสวนหย่อม ด้านหลังอาคารดี พบศพหญิงไม่ทราบสัญชาติอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้า รูปร่างเล็ก ผิวขาว สูงประมาณ 150-160 ซม. อายุประมาณ 30-40 ปี ผมสีน้ำตาลเข้ม สวมเสื้อยืดสีม่วง นุ่งกางเกงขาสั้นลายจุดสีฟ้า

 ตรวจสอบตามร่างกายพบว่า ใบหน้าเละจนไม่เหลือเค้าโครง มันสมองกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ บริเวณท้องแตกจนไส้ทะลัก แขนขาหักผิดรูป และไม่มีเอกสารภายในตัวยืนยันว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเป็นชาวเอเชีย และพลัดตกมาจากอาคารสูงกว่าชั้นที่ 20 ขึ้นไป

 ร.ต.ท.บุญลือ กล่าวว่า จากการสอบสวนรปภ.ของอาคารดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงเหมือนวัตถุขนาดใหญ่ตกลงมาจากชั้นบน จึงเดินมาดู ก็พบผู้ตายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ทราบว่า ผู้ตายเป็นใคร เนื่องจากไม่มีเอกสารติดตัว และยังไม่ทราบว่าผู้ตายพักอาศัยอยู่ที่ห้องหรือชั้นใดของอาคาร รวมทั้งกระโดดลงมาจากชั้นใด จึงประสานให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกับทางอาคารที่เกิดเหตุอย่างละเอียดว่าผู้ตายเป็นใคร พร้อมทั้งส่งศพผู้ตายไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ แผนกนิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาฯ


 ล่าสุดความคืบหน้าคดีดังกล่าว ร.ต.ท.บุญลือ ทางตรง พงส.สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมาได้มีนางเมทินี โจนส์ และนายเควิน โจนส์ ชาวอังกฤษ แม่และพ่อของผู้ตายเดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่า ผู้ตาย คือ ลูกสาวของตน คือ ด.ญ.อริสา มาเรีย โจนส์ อายุ 14 ปี เป็นเด็กนักเรียนลูกครึ่งไทยอังกฤษ โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ดอนเมือง ชั้น ม.3


โดยจากการสอบปากคำผู้ปกครองทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วโทรมาขออนุญาตกับทางบ้านว่าจะขอนอนค้างที่ห้องเพื่อนที่คอนโดดังกล่าวชั้น 40 ซึ่งก็เคยนอนมาแล้วหลายครั้ง และพ่อแม่ของเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของห้องก็รู้จักกัน จึงอนุญาตให้นอนค้างได้ จนตอนเช้ามีเจ้าหน้าที่อาคารไปติดต่อสอบถามกับทางห้องจึงทราบว่าผู้ตายได้เสียชีวิตแล้ว

 เบื้องต้นทางบ้านไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ เพราะผู้ตายมีอาการทางประสาทเข้ารับการรักษาที่รพ.นนทเวชเป็นเวลาหลายปีแล้ว และไปพบแพทย์มาเมื่อครั้งล่าสุดเดือนเมษายนที่ผ่านมา เคยบ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่หลายครั้ง คาดว่าคงจะกระโดดลงมาจากระเบียงห้องหรือพลัดหล่นลงมาเอง เบื้องต้นทางญาติได้ติดต่อขอรับศพที่รพ.จฬาฯ เพื่อไปทำพิธิทางศาสนาแล้ว

ที่มา ข่าวสด


0 comments:

Post a Comment

กด Like เพื่อร่วมติดตามข่าวใหม่ๆก่อนใคร

Advertisement

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด

Flag Counter

Powered by Blogger.

กด Like = 1 กำลังใจ
กดพื้นที่ว่างหรือกากบาทด้านล่างเพื่ออ่านข่าว

Powered By | Blog Gadgets