Wednesday, November 30, 2016

เดินหน้าเปิดจ้างคนไทย ให้ค่าจ้างถึงวันละ 400 แก้ปัญหาแรงงานภาคประมงขาดแคลน


วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมประมงจังหวัดสมุทรสงครามและนายกสมาคมเรือประมงลากคู่สมุทรสงคราม กล่าวว่าเนื่องจากขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีประกาศเปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการเรือประมงในจังหวัดสมุทรสงคราม  ซึ่งมีเรือประมงกว่า   2,000 ลำ เกรงว่าจะขาดแคลนแรงงาน อีกทั้งปัจจุบันแรงงานต่างด้าวสัญชาติ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชาที่ลงเรือประมงส่วนใหญ่มักจะหนีงาน ไม่มีความรับผิดชอบ แม้จะรับเงินค่าจ้างไปแล้วก็ตาม


“ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ตนมีแนวคิดที่จะจ้างแรงงานไทยไปลงเรือประมง โดยให้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาทซึ่งสูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังอาจมีการปรับเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 500 บาทและ 600 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับฝีมือของแรงงานคนดังกล่าวซึ่งขณะนี้ได้หารือกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการให้กับแรงงานไทยเหล่านี้เช่นเรื่องที่พักอาศัยและการให้ความรู้ก่อนจะลงเรือประมงเป็นต้น” นายมงคล กล่าว

นางอัธยา อ่ำหนองโพ จัดหางานจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่าการจะนำแรงงานไทยมาทำอาชีพประมงทดแทนแรงงานต่างด้าวที่กำลังขาดแคลนอยู่ขณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากแรงงานไทยจะได้อัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเป็น 400 บาทต่อวันแล้ว ยังทำให้คนไทยที่ว่างงานมีงานทำ โดยไม่ต้องมีวิชาความรู้มากมาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องที่พักอาศัยและการประสานงานเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งแรงงานไทยท่านใดสนใจ ทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดมีความยินดีที่จะจัดรถไปรับแรงงานไทยถึงที่ ผู้สนใจ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสงคราม โทรศัพท์034-714342ในวันและเวลาราชการ

ที่มา matichon


Monday, November 28, 2016

สนช.มีมติกราบบังคมทูลอัญเชิญ “สมเด็จพระบรมฯ” ขึ้นทรงราชย์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่รัฐสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เรียกประชุมสมาชิกสนช. เป็นพิเศษ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ได้แจ้งระเบียบวาระในที่ประชุม ว่า การดำเนินการตามมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ประกอบมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวังเรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต


 บัดนี้นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร.0503/44549 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 แจ้งเรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้ว ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467 แจ้งว่า บัดนี้ ราชบัลลังก์ว่างลง และพระมหากษัตริย์ ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467

คณะรัฐมนตรีจึงขอแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ ให้ประธานรัฐสภาแจ้งในที่ประชุมรัฐสภา จากนั้นให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป ตามที่ ที่ประชุมสนช. ทำหน้าที่รัฐสภา ได้รับแจ้งมติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว นำความกราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมฯ ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประชาชนชาวไทยสืบไป

ที่มา ข่าวสด


ตร.ขอนแก่นแจงคลิปว่อน ฝรั่งโดนใบสั่งจยย.ท่อดัง ย้ำชัดดัดแปลงสภาพ


ตำรวจขอนแก่นแจงหลังถูกชาวเน็ตแห่วิจารณ์แชร์คลิปฝรั่งถูกตำรวจจราจรจับข้อหาท่อไอเสียดัง ย้ำชัดตรวจสอบแล้วเป็นท่อที่ดัดแปลงสภาพ ขณะที่เจ้าตัวรับสารภาพและจ่ายค่าปรับ พร้อมเร่งประสานกคนโพสต์มาพูดคุย หากพบว่าเป็นสร้างความเสียหายแก่องค์กรต้องแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์


จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Farang BaanNok (ฝรั่งบ้านนอก) โพสต์คลิปวีดีโอและระบุข้อความว่า “อยู่ในเมืองวันแรก…ตำรวจหากินเงิน 1,000 บาท เฉยเพราะเห็นว่าเป็นฝรั่ง ใบขับขี่ก็มีอะไรก็มีหมดผมทำถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยแชร์กันไปครับผม” โดยในคลิปบอกว่า ท่อไอเสียมาจากร้านไม่มีการดัดแปลง ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันแชร์คลิปกันเป็นจำนวนมาก และวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นการหาผลประโยชน์ มากกว่าการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 พ.ย. ที่สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00น. วันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองขอนแก่น ได้ตั้งจุดตรวจความมั่นคงและกวดขันวินัยจราจร บริเวณตู้ยามมิตรภาพ ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และพบชายชาวต่างชาติขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่มีลักษณะท่อเสียงดังและไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานจึงเรียกตรวจและขอดูใบอนุญาตขับขี่ เจ้าของรถได้แสดงใบอนุญาตขับขี่ ทราบชื่อ คือนายกิตติศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ก่อนทำการแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ใช้รถท่อไอเสียไม่มีเครื่องระงับเสียง และนำรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทาง


“ต่อมามีคลิปดังกล่าวเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบไปยังร้านที่ขายรถจักรยานยนต์รุ่นนี้แล้ว พบว่าท่อไอเสียของทางร้านกับนายกิตติศักดิ์เป็นคนละแบบ โดยของนายกิตติศักดิ์นำท่ออื่นมาใส่ ซึ่งมีเสียงดังเกินที่กฎหมายกำหนด คือต้องไม่เกิน 95 เดซิเบล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนำเครื่องวัดมาวัด แต่นายกิตติศักดิ์รับสารภาพว่าดังจริง และยอมเสียค่าปรับ ตามความผิด พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 5(2) และตาม พ.ร.บ.จราจร 2522 มาตรา 7 ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท โดยผู้ขับขี่ได้สารภาพและยินยอมชำระค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท” พ.ต.อ.นพดล กล่าว

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กลุ่มงานจราจรสภ.เมืองขอนแก่น เชิญผู้ที่โพสต์คลิปดังกล่าวมาพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อทำการแก้ไขและหากไม่ยินยอม และยังสร้างความเสียหายให้กับองค์กร ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการแจ้งข้อหาตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงกฎหมาย และกฎระเบียบ ที่ต้องทำให้ถูกต้องในภาพรวมทั้งหมด

ที่มา ข่าวสด

Sunday, November 27, 2016

พ่อค้าหมูปิ้งชัก 11 มม.จ่อศีรษะโชว์เพื่อน ก่อนเหนี่ยวไกกระสุนเจาะสมองดับ ตำรวจสอบละเอียด อุบัติเหตุจริงหรือไม่


หนุ่มขายหมูปิ้ง นำปืน 9 มม.มาอวดเพื่อน จ่อที่ศรีษะตัวเอง คิดว่าเซฟไว้แล้ว ก่อนเหนี่ยวไกกระสุนเจาะที่ศรีษะเสียชีวิตคาที่ ตำรวจเร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุและวิถีกระสุนพร้อมเชิญเพื่อนสองคนไปสอบสวนว่าเป็นอุบัติเหตุจริงหรือไม่


เมื่อเวลา  15.00 น.วันที่ 27พ.ย.  ร.ต.อ.พิเชฐ เกื้อหนู รัอยเวร สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 47/126ถนนนิพัทธ์อุทิศ2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ซึ่งเป็นบ้านชั้นครึ่ง ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ส่วนชั้นบนเป็นห้องพัก หลังจากไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมชุดสืบสวนสอบสวน สภ.หาดใหญ่  พร้อมหน่วยกู้ภัย มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง หาดใหญ่ไปตรวจสอบ

พบนายสุวิจักรขณ์  เฉลิมวงศ์ 22ปี หรือโอ๊ค นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ภายในห้องนอน  โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.1 นัด ในลักษณะจ่อยิงในระยะเผาขน  และมีปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ข้างศพ

จากการสอบสวน นายนรเทพ เหลียวกิจจานันท์ อายุ 24 ปี และนายอชิระ ศรีสุวรรณ อายุ 19 ปี เพื่อนของผู้ตายทราบว่า ขณะเกิดเหตุตนทั้งสองอยู่ในห้องพักและกำลังเล่นเกมกันอยู่ และ นายสุวิจักรขณ์  ซึ่งมีอาชีพขายหมู่ปิ้งอยู่ในละแวกเดียวกัน ได้มาหาที่ห้องและนำอาวุธปืนขนาด 9มม.ที่พกติดตัวมาด้วย ออกมาโชว์เล่นโดยขึ้นนกปืนเอาไว้ด้วยและเล็งเข้าไปที่ศีรษะตัวเอง

ตนทั้งสองเป็นห่วงเพราะอาจเป็นอันตราย และถามว่าทำไมต้องขึ้นนกปืนเอาไว้ แต่ผู้ตายบอกว่าเซฟปืนไว้แล้ว ทันใดนั้นจึงเหนียวไกลปืนและปืนเกิดลั่นกระสุนเจาะศรีษะหงายหลังเสียชีวิตคาที่ ซึ่งตนทั้งสองต่างตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นต่อหน้าต่อตา

รายงานข่าวว่าหลังเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนสภ.หาดใหญ่ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเพื่อมาตรวจสอบเก็บหลักฐานและวิถีกระสุน พร้อมกับเชิญตัวเพื่อนทั้งสองคนไปให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง  ว่าเป็นอุบัติเหตุตามที่ให้การหรือไม่

ที่มา matichon


Saturday, November 26, 2016

สุดสลด!หนุ่มหึงเมียหางเครื่อง ยิงลูกวัย 1 ขวบดับ ก่อนจ่อขมับยิงตัวตาม


เมื่อเวลา 00.05 น.วันที่ 27 พ.ย. ร.ต.ท.วัชพงศ์ จำนงอุดม ร้อยเวรสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียวในอ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ชัยรักษา ผกก.สภ.กบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุบริเวณภายในบ้านพบว่าบนที่นอนมีกองเลือดจำนวนมาก พร้อมด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 3 ปลอก และกระสุนปืนขนาดเดียวกันจำนวน 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี นำตัวส่งรพ.นาดี ไปก่อนหน้านั้นทราบชื่อคือนายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณซ้ายทอยซ้ายทะลุทะขมับด้านขวามันสมองไหล อาการสาหัส และด.ญ.อายุ 1 ขวบ 8 เดือน ถูกยิงเข้าบริเวณเบ้าตาขวาทะลุด้านหลังเสียชีวิตระหว่างนำส่งรพ.


สอบถาม น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ภรรยา เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุนายเอออกไปดื่มสุรานอกบ้าน ตนอยู่บ้านกับลูกสาวตามลำพัง จากนั้นนายเอกลับมาบ้านพร้อมด้วยอาการมึนเมา จากนั้นนายเอพยายามจะหาเรื่องพูดแต่เรื่องเก่าๆ คือทั้งสองคนเคยมีสามีภรรยามาก่อน ต่อมานายเอได้หยิบปืนออกมาขู่ ด้วยความกลัวตนจึงหนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านข้างเคียง

จากนั้นนายเอก็เรียกตนให้มาหา ด้วยความกลัวจึงไม่กล้ากลับเข้าไป นายเอยังบอกอีกว่าถ้าไม่กลับจะยิงลูก จากนั้นนายเอก็ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า 1 นัด ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านจากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด พอสิ้นเสียงปืนตนจึงเข้าไปดู พบว่านายเอใช้อาวุธปืนยิงลูกตัวเอง และยิงตัวเองตามนอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอนดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองคนอยู่กินกันมานาน 3 ปี จนมีลูกสาว 1 คน ส่วนนายเอเป็นหนุ่มโรงงาน ส่วนน.ส.บีมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากความหึงหวงเพราะก่อนหน้านั้น น.ส.บีเคยเป็นหางเครื่องวงดนตรีเล่นตามงานทั่วไป ด้วยความที่มีหน้าตาดีจึงมีหนุ่มมาติดพันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้นายเอเกิดความหึงหวง และมักจะเกิดการทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง จนกระทั่งมาก่อเหตุให้อาวุธปืนยิงลูกสาวตัวเองจนเสีย และมายิงตัวเองจนบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ที่มา ข่าวสด


จับ 4 วัยรุ่นแก๊งโจรหื่น! ดักปล้นมือถือสาววัย 18 ก่อนใช้มีดจี้ลากเหยื่อไปรุมโทรมซ้ำ


วันที่ 26 พ.ย. เวลา 9.40 น. ที่บริเวณริมบึง หนองตะพอง ทางเข้าสำนักสงฆ์เกาะผาสุกพื้นที่ ม.1 ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประเสริฐสุข เฮงสุวรรณ ผกก.สภ.มะขาม นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนควบคุมตัว นายชาญชัย หรือ ตง  อายุ 19 ปี , นายสุทัศน์ หรือ เฉิน   อายุ 19 ปี, นายศรัณชัย หรือ หมี   อายุ 19 ปี และ นายวรพล หรือ วี   อายุ 19 ปี (ทั้งหมดสงวนนามสกุล) ทั้งหมดเป็นชาว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ในลักษณะโทรมหญิง และชิงทรัพย์ มาแถลงผลการจับกุม และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ


พ.ต.อ.ประเสริฐสุข เฮงสุวรรณ ผกก.สภ.มะขาม เปิดเผยว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2559 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี พร้อมผู้ปกครอง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อทาง ร.ต.อ.ปราโมทย์ คงนันทะ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรมะขาม  ว่าเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันเดียวกัน ขณะขี่ รถจักรยานยนต์ มาตามถนนสายริมหนองตะพอง เพื่อเดินทางกลับบ้านที่ ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี ระหว่างที่จอดรถกลางสะพานเพื่อรับโทรศัพท์ ได้มีคนร้ายเบื้องต้นเป็นชายวัยรุ่น 4 คน ก่อเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ตามหลังเข้ามาปาดหน้า และยึดเอากุญแจรถไป จากนั้นได้ใช้อาวุธมีดจี้บังคับ พาตัว น.ส.เอ มาบริเวณถนนลูกรังริมบึง ทางเข้าสำนักสงฆ์เกาะผาสุก ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว แล้วบังคับเอาทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม พร้อมขู่บังคับให้บอกรหัส  ต่อมา 3 ใน 4 คนร้าย ประกอบด้วย นายชาญชัย หรือ ตง, นายสุทัศน์ หรือ เฉิน,นาย ศรัณชัย หรือ หมี  ได้บังคับให้ น.ส.เอ ถอดเสื้อผ้า ก่อนจะผลัดกันลงมือข่มขืน จนสำเร็จความใคร่โดยมี นายวรพล หรือ วี  คอยถืออาวุธมีด ยืนคุมบังคับอยู่ใกล้ๆ โดยไม่ได้ร่วมข่มขืน จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้พากันขี่รถหลบหนี ไป โดยได้นำเอารถจักรยานยนต์ ของ น.ส.เอ ไปด้วย


หลังได้รับแจ้ง พ.ต.อ.ประเสริฐสุข เฮงสุวรรณ ผกก.สภ.มะขาม ได้สั่งการให้พ.ต.ท.จิราเจตย์ ชิตพลู รอง ผกก.สืบสวน  สภ.มะขาม นำกำลังตำรวจสืบสวน ลงพื้นที่หาข่าวติดตามหาตัวคนร้าย  จนสามารถสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นผู้ร่วมกันก่อเหตุ จึงได้ขอหมายศาล จ.จันทบุรี ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อำเภอท่าใหม่ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 4 คัน พาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ และรถของผู้เสียหาย , อาวุธมีดดาบยาวประมาณ 2 ฟุต ,โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และกระเป๋าสะพายของผู้เสียหายอีก 1ใบ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ผู้ต้อหาทั้ง 4 คนให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันกระทำการตามที่ถูกกล่าวหาจริง และเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3 ครั้ง จากการตรวจสอบประวัติ ยังพบว่า นายชาญชัย หรือ ตง ,นายสุทัศน์ หรือ เฉิน เคยต้องโทษในคดีร่วมกันโทรมหญิง และขณะนี้ยังต้องเข้ารายงานตัวที่สถานพินิจ จ.ระยอง ทุก 15 วันส่วน

นายศรัณชัย หรือ หมี และ นายวรพล หรือ วี เคยต้องโทษในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดหลังการสอบสวน พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็นด้วยประการใดๆ โดยกำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้อาวุธ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงและปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร จากนั้นได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ข่าวสด


Tuesday, November 22, 2016

สาวอบจ.พังงา เสียชีวิตคาบ้านพัก “สามี”เผยกินด้วงสาคูแพ้ท้องเสีย-ผื่นขึ้น เพิ่งออกจากรพ.


เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 22 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากนายบำรุง ปิยนามวาณิช นายก อบจ.พังงา ว่าช่วงเย็น นางอุมาพร ชูไพ อายุ 39 ปีผู้ช่วยนักประชาสัมพันธ์ อบจ.พังงา ได้เสียชีวิตอยู่ที่บ้านพักเจ้าหน้าที่ อบจ.พังงา ซอยดับเพลิง 2 ต.ท้ายช้าง อ.เมืองพังงา หลังจากที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพังงาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยสาเหตุอาหารเป็นพิษ เนื่องจากรับประทานตัวด้วงสาคูเข้าไป จนเกิดอาการแพ้เป็นอย่างมาก และได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักผ่อนต่อที่บ้านพักเมื่อเที่ยงวันที่ 21 พฤศจิกายน โดยนายจิระวิน ชูไพ อายุ 40 ปี อาจารย์โรงเรียนอนุบาลพังงา สามีได้มาพบเมื่อเวลาประมาณ 16-45 น. จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพังงาทันที


นายจิระวิน ชูไพ กล่าวว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตนเองและผู้ตายได้กลับมาจากเยี่ยมญาติบ้านที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยก่อนกลับผู้ตายได้กินตัวด้วงสาคู พร้อมกับแม่และหลานๆ ซึ่งผู้ตายได้กินประมาณ 10 ตัว ก่อนจะกลับมาจังหวัดพังงา ในระหว่างทางนั้น ผู้ตายได้เกิดอาการแพ้ ท้องเสีย มีผื่นขึ้นตามแขนและลำตัว จึงรีบส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลพังงา และได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อเที่ยงวันจันทร์ที่ผ่านมา และผู้ตายก็มีอาการเป็นปกติดีแต่มีอาการเพลียๆ และพักผ่อนอยู่ที่บ้าน โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ตนเองก็ได้พาไปใส่บาตรด้วยกัน และในตอนเที่ยงก็กลับมากินอาหารด้วยกัน ซึ่งผู้ตายก็มีอาการเป็นปกติดี และในเวลา 16.30 น.ตนเองได้โทรหาเพื่อจะบอกว่าจะรีบกลับมาดูฟุตบอลด้วยกัน แต่ก็ไม่รับสายถึง 5 สาย ตนเองก็รีบกลับบ้านพักทันที ก็พบว่าภรรยานอนเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

ด้านนายแพทย์ ธรางกูร ธนูกฤต รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพังงา กล่าวว่าการชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเสียชีวิตโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ส่วนในเรื่องของการแพ้ตัวด้วงสาคูนั้น ไม่เกี่ยวกับการเสียชีวิตในวันนี้ แต่ถ้าต้องการจะหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดก็ต้องส่งศพไปผ่าสูจน์ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่มา matichon


สุดสลด!! ลำเลียงศพขึ้นจากเหว ดับทะลุ 18 ศพ ซากรถทัวร์ทับร่างไร้วิญญาณ สาหัสอีก 20


เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวอุตรดิตถ์ รายงานยอดผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกรณีเหตุรถทัวร์โดยสาร 999 หมายเลขรถ 32-1488 ซึ่งเป็นรถจ้างเหมา นำคณะผู้เกษียณอายุของบริษัทเทเลคอม จำกัด จากกรุงเทพฯ พร้อมผู้โดยสาร จำนวนทั้งสิ้น 38 คน ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวและวัดต่างๆ ในพื้นที่ จ.น่าน และ จ.แพร่ โดยพักค้างคืนที่จังหวัดแพร่ ก่อนเดินทางกลับยังกรุงเทพมหานคร โดยสารผ่านเส้นทางถนนสายเอเชียที่ 11 เด่นชัย-พิษณุโลก และเกิดอุบัติเหตุที่บริเวณเขาพลึง ซึ่งเป็นเส้นทางโค้งและลงเขาสลับกันยาวตลอด 3 กิโลเมตร


โดยรถทัวร์ได้วิ่งชนเข้าที่บริเวณแท่งแบริเออร์เกาะกลางถนน ก่อนรถจะเสียหลักวิ่งตกลงเขาที่มีความลึกกว่า 100 เมตร จนเป็นให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 20 ราย ผู้เสียชีวิต 8 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาร่างอีก 10 ราย คาดว่าถูกรถทัวร์ทับอยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและกู้ภัยช่วยกันตรวจสอบพื้นที่อุบัตเหตุในบริเวณด้านล่างของหุบเหว เพื่อช่วยเหลือผู้ที่รอดชีวิตในครั้งนี้


สำหรับผู้เสียชีวิตประกอบด้วย 1.นางวิจิตรา มธุรสภาษณ์ 2.นายเฉลิม วรทิศ 3.นายประหยัด คล้ายพันธ์ 4.นางจิตราภรณ์ อติชาตนันท์ 5.นายวรดล ขวัญเริงใจ 6.นายกวินทร์ ธาดากิจวรกุล และอีก 2 คนเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ-นามสกุล

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ สั่งการให้มีการตั้งศูนย์รับการช่วยเหลือและจุดประสานญาติที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โดยญาติผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์


ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊กสมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ จ.อุตรดิตถ์

ที่มา ข่าวสด


สุดสะเทือนใจ!! แม่ขุดหลุมอุ้มลูกไปฝัง ตร.ตามช่วย พบทารกนอนแน่นิ่ง จับตัวดู-เด็กร้องจ้า


แม่ใจร้าย ขุดหลุมที่บ่อขยะ นำทารกน้อยเพศหญิงวัยเพียง 5 วัน ไปทิ้ง แล้วกุข่าวแจ้งความตำรวจว่ามีชายชุดแดงเข้าขโมยลูกสาวในโรงพยาบาล แต่ตำรวจรู้ทัน เค้นสอบนาน 5 ชั่วโมง สารภาพนำไปทิ้งแล้วเอาเศษใบไม้กลบหวังให้มีคนมาพบหรือเด็กตายไปเอง


เวลา 13.30 น. วันที่ 22 พ.ย. ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 , พ.ต.อ.มนตรี จรัลพงศ์ รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพช็รพันธ์ศรี รองผู้บังคับการตำตรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และ พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผกก.สภ.กมลาไสย ร่วมกันสอบปากคำ น.ส.วรินทร์นิภา (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี อยู่หมู่ที่ 6 ต.ร่องคำ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาพยายามฆ่าผู้อื่น ภายหลังได้ก่อเหตุพยายามฆ่า ด.ญ.บี (นามสมมติ) บุตรสาวของตนเอง ด้วยการนำไปทิ้งหลังโรงพยาบาลกมลาไสย ตรงบ่อขยะด้วยการขุดหลุมวางไว้บนกองดินแล้วเอาเศษใบไม้กลบ แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถช่วยเหลือได้เสียก่อน


พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ โดยทราบว่า ด.ญ.บี ซึ่งเป็นบุตรของผู้ต้องหา คือ น.ส.วรินทร์นิภา ได้ฝากท้องแล้วคลอดที่โรงพยาบาลกมลาไสย เมื่อวันที่ 18 พ.ย. จนเมื่อวันที่ 21 พ.ย. เวลา 18.10 น. พนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ว่า น.ส.วรินทร์นิภา ผู้ต้องหา ได้แจ้งว่า มีชายชุดแดงขโมยลูกไป โดยอ้างว่าตนเอง กำลังจะเข้าห้องน้ำ แล้วได้ฝากชายชุดแดงให้อุ้มลูกเอาไว้ แต่ภายหลังจากที่ออกมาจากห้องน้ำปรากฏว่าลูกสาวได้หายไปพร้อมชายชุดแดง จึงได้แจ้งตำรวจ

“แต่ภายหลังจากทำการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบพิรุธหลายอย่าง จึงได้เค้นสอบถาม สุดท้าย น.ส.วรินทร์นิภา ผู้ต้องหา จึงยอมเปิดปากว่า ได้นำบุตรสาวของตนเองที่เพิ่งคลอดได้ 5 วัน นำไปทิ้งไว้ที่บริเวณบ่อขยะหลังโรงพยาบาลกมลาไสย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่า มีเด็กทารกถูกนำไปทิ้งจริง โดยพบว่ามีเศษใบไม้ขนาดใหญ่คลุมร่างทารกน้อยอยู่ แต่เด็กนอนนิ่งและเริ่มมีมดแดงขึ้น แต่เมื่อไปจับตัวดูปรากฏว่าเด็กร้อง จึงได้ช่วยชีวิตไว้ทัน” พล.ต.ต.จตุพล กล่าว

พล.ต.ต.จตุพล กล่าวต่อว่า จากการสอบถาม ผู้ต้องหาฆ่าเด็กไม่ลง แต่เนื่องจากมีปัญหาครอบครัว เพราะมีสามีเป็นชาวอินเดีย และได้มีการพูดคุยกัน โดยสามีไม่ต้องการจะมีบุตร จึงได้คิดที่จะนำเด็กไปทิ้ง ซึ่งหากโชคไม่ดี เด็กคงเสียชีวิต แต่ในกรณีนี้ถือว่าโชคดีที่เด็กรอดอย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสย ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน น.ส.วรินทร์นิภา ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนมีสามีเป็นชาวอินเดียและมีลูกอยู่แล้ว 1 คนเป็นชายที่ยังเรียนหนังสือชั้นอนุบาล จนมาตั้งครรภ์อีกครั้งและได้ลูกผู้หญิง แต่สามีไม่ต้องการจะมีบุตร อีกทั้งสามีก็อยู่ที่ประเทศอินเดีย จะกลับมาอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้นำลูกสาวไปทิ้ง ซึ่งก็รู้สึกเสียใจที่ได้ทำลงไป และขอชดใช้กรรม ซึ่งหากพ้นโทษมาก็พร้อมที่จะเลี้ยงลูกโดยไม่ทอดทิ้งขอให้สังคมเมตตาด้วย

อย่างไรก็ตามภายหลังสอบปากคำ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 , พ.ต.อ.มนตรี จรัลพงศ์ รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และ พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผกก.สภ.กมลาไสย ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยเข้าเยี่ยม ด.ญ.บี ซึ่งทีมแพทย์โรงพยาบาล นำโดย นายอุดร ผิวขาว รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และทีมแพทย์ตรวจเด็กแล้ว ปรากฏว่าสุขภาพของเด็กปลอดภัย พ้นขีดอันตราย แต่ยังคงต้องเฝ้ารอดูอาการ โดย รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้มอบเงินและผ้าอ้อมให้ทางโรงพยาบาลไว้ โดยตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ จะเข้ามาดูแล พร้อมกับเหล่ากาชาดจังหวัดที่จะเข้ามาทำการสงเคราะห์เด็กหญิงรายนี้ต่อไป

ที่มา ข่าวสด


Sunday, November 20, 2016

ฮือฮา! เจ้าบ่าวทอมวิวาห์เจ้าสาวนะยะ เผยเฟซบุ๊กสื่อรัก-ประกาศเร่งปั๊มลูก


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่หอประชุมเทศบาลตำบลท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีงานวิวาห์สุดฮือฮากับคู่ของเจ้าบ่าวที่เป็นหญิงหล่อกับเจ้าสาวที่เป็นสาวประเภทสอง


โดยเจ้าสาวมีชื่อว่า นายอิสริยา นิ่มแย้ม หรือกิ่งไผ่ อายุ 34 ปี แม่ค้าขายดอกไม้ ขณะที่เจ้าบ่าวคือ น.ส.เกษณีย์ คูณรักษ์ หรือมุ้งมิ้ง อายุ 25 ปี พนักงานบริษัท ทั้งสองคนคบกันมานาน 3 ปีกว่า ท่ามกลางบรรยากาศงานแต่งที่ชื่นมื่น ทั้งญาติสนิท มิตรสหาย และแขกผู้เกียรติมาแสดงความยินดีกันพร้อมหน้า โดยเพื่อนๆเจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างจัดเต็มเครื่องแต่งกาย และยังจัดแสดงคาบาเร่ต์โชว์ สร้างสีสันให้กับงานด้วย ขณะที่คู่บ่าวสาวก็แสดงความรักด้วยการจูบและหอมแก้มกันอย่างน่ารัก


ด้าน กิ่งไผ่-มุ้งมิ้ง เจ้าบ่าวเจ้าสาว ร่วมกันเผยว่า รู้จักกันทางเฟซบุ๊กแล้วพูดคุยกันเรื่อยมาจนกลายเป็นความรัก ความผูกพัน และความเข้าใจกัน กระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้วตัดสินใจไปจดทะเบียนสมรส จากนั้นรอช่วงจังหวะเหมาะสมจัดงานมงคลสมรสขึ้นในวันนี้ โดยเมื่อช่วงเช้า กิ่งไผ่ ซึ่งเป็นสาวประเภทสองก็พร้อมด้วยพ่อแม่และญาติสนิทได้ยกขบวนขันหมากออกเดินทางไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านของมุ้งมิ้ง สาวทอมเจ้าบ่าว เพื่อทำพิธีสู่ขอ ตอนเย็นก็จัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่ จ.สมุทรสาคร

“ความรักนั้นไม่แบ่งแยกเรื่องเพศ ไม่ว่าจะเกิดเป็นเพศไหนก็รักกันได้ ขอเพียงเข้าใจกัน รักกันจากใจจริงๆ หากมีเรื่องกันก็ต้องอภัยให้กัน แล้วชีวิตคู่ทุกคู่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เพศใด ก็มีความสุขตลอดไป สำหรับการใช้ชีวิตคู่ของเรานั้นก็เหมือนคนปกติทั่วไป ตั้งใจอยากจะมีโซ่ทองคล้องใจสักคน เพื่อมาเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องดูความพร้อมของร่างกายด้วย”

ที่มา ข่าวสด


กด Like เพื่อร่วมติดตามข่าวใหม่ๆก่อนใคร

Advertisement

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด

Flag Counter

Powered by Blogger.

กด Like = 1 กำลังใจ
กดพื้นที่ว่างหรือกากบาทด้านล่างเพื่ออ่านข่าว

Powered By | Blog Gadgets